ลูกจ้างที่มีอายุเกิน 60 ปีต้องเข้ากองทุนหรือไม่

ลูกจ้างที่มีอายุเกิน 60 ปี ยังต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หากบุคคลนั้นยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้าง ทำงานและได้รับค่าจ้างจากนายจ้างที่อยู่ในข่ายบังคับ

กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุสูงสุดของสมาชิก และไม่ได้ยกเว้นผู้ที่อายุครบหรือเกิน 60 ปีโดยอัตโนมัติ ตัวตัดสินคือ สถานะการจ้างงาน ไม่ใช่อายุของลูกจ้าง

อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ยังไม่เริ่มเก็บเงินสะสมและเงินสมทบ โดยกำหนดเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569

1. กรณีอายุเกิน 60 ปี แต่ยังทำงานตามปกติ

ตัวอย่างเช่น

  • พนักงานอายุ 61 ปี แต่บริษัทยังไม่ได้ให้เกษียณ
  • พนักงานอายุ 65 ปี ทำงานประจำและรับเงินเดือนทุกเดือน
  • บริษัทกำหนดอายุเกษียณไว้ที่ 65 ปี
  • ข้อบังคับการทำงานไม่ได้กำหนดอายุเกษียณ และลูกจ้างยังไม่ได้แจ้งขอเกษียณ
  • ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงานกับบริษัทตอนอายุ 62 ปี

กรณีเหล่านี้ หากยังเป็นลูกจ้างและนายจ้างอยู่ในข่ายกองทุน ลูกจ้างยังต้องเป็นสมาชิกและต้องนำส่งเงินเข้ากองทุน ไม่มีข้อยกเว้นเพียงเพราะอายุเกิน 60 ปี

2. อายุครบ 60 ปี ไม่ได้ทำให้สัญญาจ้างสิ้นสุดโดยทันที

ต้องดูข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน สัญญาจ้าง หรือข้อตกลงของบริษัทประกอบ

บริษัทกำหนดอายุเกษียณไว้ชัดเจน

ตัวอย่าง บริษัทกำหนดว่า “พนักงานเกษียณเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์”

เมื่อถึงวันที่มีผลเกษียณ ความสัมพันธ์การจ้างงานเดิมสิ้นสุดลง ลูกจ้างจึงสิ้นสุดสมาชิกภาพกองทุน และสามารถขอรับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของกองทุนได้

บริษัทไม่ได้กำหนดอายุเกษียณ

ตามมาตรา 118/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน หากนายจ้างและลูกจ้างไม่ได้กำหนดอายุเกษียณ หรือกำหนดเกินกว่า 60 ปี ลูกจ้างที่มีอายุครบ 60 ปีสามารถแสดงเจตนาเกษียณต่อนายจ้างได้ การเกษียณจะมีผลเมื่อครบ 30 วันนับจากวันที่แจ้ง และถือเป็นการเลิกจ้างที่นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน

แต่ถ้าลูกจ้างอายุครบ 60 ปีแล้ว ยังไม่ได้แจ้งเกษียณและยังทำงานต่อ สถานะลูกจ้างยังไม่สิ้นสุด จึงยังอยู่ในข่ายกองทุนต่อไป กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

3. เกษียณแล้วบริษัทจ้างกลับเข้าทำงานใหม่

กรณีนี้ต้องแยกออกเป็น 2 ช่วง

  1. สัญญาจ้างเดิมสิ้นสุดเพราะเกษียณ
  2. บริษัททำสัญญาจ้างฉบับใหม่หลังเกษียณ

เมื่อการจ้างเดิมสิ้นสุด ลูกจ้างมีสิทธิขอรับเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลตามหลักเกณฑ์ของกองทุน จากนั้น หากบริษัทรับกลับมาทำงานด้วยสัญญาจ้างแรงงานฉบับใหม่ บุคคลนั้นกลับมามีสถานะเป็นลูกจ้างอีกครั้ง แม้อายุเกิน 60 ปี ก็ต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุนใหม่ หากนายจ้างและลูกจ้างไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้น

สถานการณ์ สถานะกองทุน
อายุครบ 60 ปี แต่ยังทำงานต่อโดยสัญญาเดิม ส่งเงินต่อเนื่อง
เกษียณและสิ้นสุดการจ้าง หยุดนำส่งและขอรับเงินจากกองทุน
เกษียณแล้วบริษัทจ้างกลับด้วยสัญญาใหม่ เข้ากองทุนใหม่ตามสถานะลูกจ้าง
เปลี่ยนเป็นที่ปรึกษาอิสระอย่างแท้จริง อาจไม่เข้ากองทุน เพราะไม่ใช่ลูกจ้าง
เรียกว่า “ที่ปรึกษา” แต่ยังทำงานเหมือนพนักงาน อาจยังถือเป็นลูกจ้างและต้องเข้ากองทุน

การเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเป็น “ที่ปรึกษา” อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริง เช่น เวลาทำงาน การบังคับบัญชา การจ่ายค่าจ้าง และลักษณะงาน

4. อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574

  • ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม 0.25% ของค่าจ้าง
  • นายจ้างจ่ายเงินสมทบ 0.25% ของค่าจ้าง
  • นายจ้างหักเงินสะสมจากค่าจ้างและนำส่งพร้อมเงินสมทบ
  • นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

หลังจากช่วงดังกล่าว อัตราตามกฎที่ประกาศไว้จะเป็นฝ่ายละ 0.50% คำชี้แจงกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ฉบับปรับปรุง 2569

ตัวอย่าง ลูกจ้างอายุ 63 ปี ยังทำงานและได้รับค่าจ้าง 30,000 บาท

  • เงินสะสมของลูกจ้าง: 30,000 × 0.25% = 75 บาท
  • เงินสมทบของนายจ้าง: 30,000 × 0.25% = 75 บาท
  • นำส่งรวมเดือนละ 150 บาท

5. อายุเกิน 60 ปี แต่รับบำนาญประกันสังคมอยู่

กองทุนประกันสังคมกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นคนละระบบ การรับบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพจากประกันสังคม ไม่ได้เป็นเหตุยกเว้นกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยอัตโนมัติ

หากบุคคลนั้นยังเป็นลูกจ้างของสถานประกอบกิจการที่อยู่ในข่าย ก็ยังต้องพิจารณาเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามปกติ

6. กรณีที่อาจไม่ต้องเข้า

แม้อายุเกิน 60 ปี ลูกจ้างอาจไม่ต้องเข้ากองทุน หาก

  • เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เข้าเงื่อนไขยกเว้น
  • นายจ้างจัดระบบสวัสดิการกรณีออกจากงานหรือเสียชีวิตตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายรับรอง
  • นายจ้างหรือกิจการเป็นประเภทที่ได้รับยกเว้น
  • บุคคลนั้นไม่ได้เป็นลูกจ้างจริง เช่น เป็นผู้รับจ้างอิสระ
  • การจ้างงานสิ้นสุดลงแล้วและไม่มีการจ้างต่อ
  • มีข้อยกเว้นอื่นตามกฎหมายหรือประกาศที่เกี่ยวข้อง

แนวทางดำเนินการของฝ่าย HR

ไม่ควรตั้งค่าระบบเงินเดือนให้ยกเว้นอัตโนมัติเพียงเพราะพนักงานอายุ 60 ปี แต่ควรตรวจสอบเป็นรายคนว่า

  1. ปัจจุบันยังมีสถานะเป็นลูกจ้างหรือไม่
  2. เกษียณแล้วหรือยัง และมีวันที่สิ้นสุดการจ้างชัดเจนหรือไม่
  3. ถ้าทำงานต่อ เป็นสัญญาเดิมหรือสัญญาจ้างใหม่
  4. เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือระบบที่ได้รับยกเว้นหรือไม่
  5. รายได้รายการใดถือเป็นค่าจ้างสำหรับคำนวณเงินสะสม
  6. หากเกษียณแล้วจ้างใหม่ ต้องแจ้งสิ้นสุดสมาชิกภาพเดิมและขึ้นทะเบียนตามการจ้างใหม่ให้ถูกต้อง

สรุป: อายุเกิน 60 ปีไม่ใช่ข้อยกเว้น หากยังเป็นลูกจ้างและได้รับค่าจ้าง ก็ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แต่เมื่อเกษียณหรือสิ้นสุดการจ้าง จึงหยุดนำส่งและมีสิทธิขอรับเงินจากกองทุน ส่วนกรณีเกษียณแล้วรับกลับเข้าทำงานใหม่ ต้องพิจารณาเข้าสู่กองทุนอีกครั้งตามสัญญาจ้างใหม่

แนะนำสำหรับฝ่าย HR

หากคุณใช้ระบบเงินเดือน Bplus HRM สามารถตั้งค่าการหักเงินได้ทุกกรณี

พร้อมรองรับแบบฟอร์สกล.3 และ สกล.3/1ได้อย่างครบถ้วน

ช่วยให้การจัดการเอกสารและการนำส่งเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

หรือสนใจชมสาธิตการใช้งานเพื่อรับสิทธิทดลองใช้

ติดต่อหาเราได้ที่

 
สนใจโปรแกรมเงินเดือนติดต่อ 092-345-3681 สนใจโปรแกรมเงินเดือนติดต่อ 092-345-3681 สนใจโปรแกรมเงินเดือนติดต่อ 092-345-3681