Bplus Order Entry ระบบจำหน่ายและจองสินค้า

              Bplus ERP ช่วยงานการขายตั้งแต่เอกสารใบเสนอราคา, ใบจองและควบคุมถึงกำหนดอายุของเอกสารเพื่อป้องกันการใช้เอกสารที่หมดอายุ, ใบส่งของ, ใบกำกับภาษี, ใบรับคืนและใบลดหนี้ จัดการกับสินค้าค้างส่ง ตลอดจนรองรับการนำเข้าข้อมูลการขายแทนการบันทึกทีละรายการด้วยเครื่องมือหลายตัว ให้เลือกใช้ได้ตามลักษณะของแต่ละธุรกิจ พร้อมทำการวิเคราะห์ยอดขายในมุมมองต่างๆ และการประมาณยอดขายเพื่อสนับสนุนการสั่งซื้อที่มีประสิทธิภาพ 

  • การบันทึกการขาย สามารถดึงข้อมูลแทนการคีย์ได้ เช่น การขายสินค้าตามใบจอง  ตามใบเสนอราคา  เพื่อเพียงทำการยืนยันจำนวนที่ส่งของได้ และหากส่งไม่ได้ตามการตกลงสามารถเลือกยกเลิกส่วนที่ค้าง หรือ รอส่งในครั้งถัดไปได้
  • ปฎิทินเพื่อพนักงานเตรียมตัวล่วงหน้า

  • รายงานสรุปยอดเพื่อวิเคราะห์การตลาดพร้อมกราฟเปรียบเทียบ เช่น จัดอันดับยอดขายจากมากไปน้อยหรือน้อยไปมากตามประเภท/ยี่ห้อ/หมวดสินค้า หรือ ยอดขายสรุปตามช่วงเวลา เช่น รายไตรมาส หรือ เคลื่อนไหวรายเดือน เป็นต้น

ตัวอย่างฟอร์ม

ประเภท
รายงาน
ตัวอย่างฟอร์ม
ตัวอย่างฟอร์ม

รายงานใบขายเชื่อ (Invoice) คลิกรายละเอียด

Bill of lading form คลิกรายละเอียด  

Invoice Form คลิกรายละเอียด

Sales Return Credit Note Tax-Invoice คลิกรายละเอียด

Reservation form คลิกรายละเอียด

Form Invoice receipt คลิกรายละเอียด

Purchase Return form คลิกรายละเอียด

              รองรับ e-Tax Invoice  โดย Bplus ERP มีโปรแกรมเสริมชื่อว่า Bplus e-Tax Invoice โปรแกรมจะทำการส่งใบกำกับภาษีขายให้กับลูกค้า ด้วยใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และส่งตรงให้กรมสรรพากร หรือ ส่งผ่าน Provider สำหรับการจัดทำ e-Tax Invoice ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรที่กำหนด ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และนำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์  e-Tax Invoice & e-Receipt ผู้ประกอบการต้องจัดทำใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และใบรับ (ใบเสร็จรับเงิน) ให้อยู่ในรูปของข้อมููลอิเล็กทรอนิกส์ มีการลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ที่มีความน่าเชื่อถือปลอดภัยตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ต่ำกว่า 30ล้านต่อปี สามารถเลือกใช้ e-Tax Invoice by Email การส่งผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล โดยการประทับรับรองเวลา (Time Stamp) เพื่อจัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน(โดยวิธีนี้จะไม่ต้องใช้การบริการของ Service Provider) โดยมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้  

 

เจ้าของกิจการ

ขนาดธุรกิจ ที่จะนำส่ง e-Tax Invoice โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท

 

e-Tax Invoice by email ในธุรกิจรายได้ต่อปีต่ำกว่า 30 ล้าน

e-Tax Invoice & e-Receipt ในธุรกิจที่ไม่จำกัดรายได้


HR

หาก จะใช้ e-tax invoice จะต้องตัดสินใจต่อไป คือ ช่องทางในการจัดส่ง ซึ่งมีให้เลือก

  • การเตรียมแฟ้ม แล้วส่งให้กับบริษัทที่ทำหน้าที่จัดส่ง ที่เรียกว่าบริษัท Provider ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามอัตราของบริษัท Provider จัดส่ง กรณีกิจการเลือกการส่ง e-Tax Invoice ให้กับบริษัทจัดส่ง จะขึ้นกับข้อตกลงที่กิจการทำกับบริษัทจัดส่ง ก่อนการจัดส่ง โปรแกรมจะทำการตรวจสอบทุกเครื่องมือที่จะใช้ในการจัดส่ง ทุกความพร้อมของเอกสารที่จะส่ง ซึ่งหากโปรแกรมพบความผิดพลาดหรือไม่พร้อมในการส่ง จะแจ้งข้อความให้ผู้ใช้งานแก้ไข ก่อนจัดส่งทุกครั้ง
  • เฉพาะธุรกิจที่มีรายได้ต่อปีต่ำกว่า 30 ล้าน จะมีทางเลือกเพิ่มเติมคือการส่ง e-tax invoice by email ซึ่งการรับส่งประเภทนี้จะมีการส่ง 2 ส่วนคือ ใช้สำหรับส่งใบกำกับภาษีขายให้กับกรมสรรพากรและลูกค้า ในวันที่ออกใบกำกับภาษีนั้น และใช้สำหรับรับใบกำกับภาษีขายที่ได้รับการยืนยันเวลาจากกรมสรรพากรว่าส่งถูกต้องตรงวันเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการส่ง e-Tax Invoice By Email โปรแกรมจะทำการส่งใบกำกับภาษีขายให้กับลูกค้า ให้กับกรมสรรพากร พร้อมกัน

HR

ช่องทางการติดต่อนำส่งให้กรมสรรพากร

ผู้ประกอบการจัดทำ e-Tax Invoice & e-Receipt สามารถนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรได้ 3 ช่องทาง

  1. Upload นำส่งข้อมูลด้วยวิธีการอัปโหลดผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร
  2. Service Provider เป็นวิธีการนำส่งข้อมูลโดยผ่านผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด
  3. Host to Host นำข้อมูลผ่านระบบนำส่งที่ผู้ประกอบการเชื่อมต่อกับกรมสรรพากรโดยตรง

HR

สามารถเลือกประเภทเอกสาร

สามารถเลือกประเภทเอกสารใดบ้างที่ท่านประสงค์จะใช้ส่งใบกำกับภาษีขาย e-Tax Invoice ให้กรมสรรพากร เพื่อโปรแกรมจะทำให้ท่านทุกครั้งอัตโนมัติ เช่น เฉพาะกลุ่มประเภทเอกสารขายปลีก กรณีขายส่งยังคงพิมพ์เอกสารส่งเหมือนเดิมก็สามารถทำได้

  • โปรแกรมช่วยป้องกัน การแก้ไขใบกำกับภาษีที่ส่งกรมสรรพากรแล้วห้ามทำการแก้ไขได้