ลูกจ้างถูกกดดันให้ลาออก ฟ้องเรียกค่าชดเชยได้หรือไม่?

ลูกจ้างถูกกดดันให้ลาออก ฟ้องเรียกค่าชดเชยได้หรือไม่?

การลาออกจากงานเป็นสิทธิ์ของลูกจ้าง แต่หากมีการกดดันให้ลาออกโดยที่ไม่ได้สมัครใจ ลูกจ้างสามารถดำเนินการฟ้องเรียกค่าชดเชยได้ตามกฎหมายแรงงาน บทความนี้จะสรุปสิทธิ์ของลูกจ้างในการเรียกค่าชดเชยในกรณีถูกบังคับให้ลาออก พร้อมทั้งแนะนำการป้องกันไม่ให้เสียสิทธิ์ทางกฎหมาย

การลาออกด้วยความสมัครใจ: ไม่สามารถเรียกค่าชดเชยได้

ปกติแล้ว หากลูกจ้างตัดสินใจลาออกด้วยความสมัครใจและเป็นฝ่ายเขียนใบลาออกเอง ลูกจ้างจะไม่มีสิทธิ์เรียกค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (หรือที่เรียกกันว่า "ค่าตกใจ") รวมถึงค่าชดเชยจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เพราะการลาออกเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ในการจ้างงานโดยสมัครใจ

ตัวอย่าง
หากลูกจ้างตัดสินใจลาออกเพราะได้รับโอกาสใหม่หรือไม่ต้องการทำงานต่อไป การลาออกในกรณีนี้ถือเป็นการลาออกโดยสมัครใจ ซึ่งนายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยหรือค่าตกใจ

การกดดันให้ลาออก: ศาลถือเป็นการเลิกจ้าง

ในบางกรณี นายจ้างอาจกดดันให้ลูกจ้างลาออกเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชย โดยอาจใช้วิธีต่างๆ เช่น กดดันทางวาจา ข่มขู่ หรือการบังคับให้เขียนใบลาออก โดยลูกจ้างอาจไม่เต็มใจหรือไม่มีความสมัครใจที่จะลาออกจากงานจริงๆ

ตามกฎหมายแรงงาน
หากการลาออกไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของลูกจ้าง เช่น ถูกบังคับให้เขียนใบลาออก ศาลจะพิจารณาว่านี่เป็นการเลิกจ้างโดยนายจ้าง ซึ่งในกรณีนี้ ลูกจ้างมีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าชดเชยได้

ถูกเลิกจ้างแล้วได้อะไรบ้าง? 3 สิ่งที่พนักงานควรรู้..คลิกอ่านที่นี่เลย

สิทธิ์ของลูกจ้างในการฟ้องเรียกค่าชดเชยเมื่อถูกกดดันให้ลาออก

ในกรณีที่ศาลพิจารณาว่านายจ้างกดดันให้ลูกจ้างลาออก ลูกจ้างจะได้รับสิทธิ์ดังต่อไปนี้

  • ค่าชดเชยตามอายุการทำงาน 
    ลูกจ้างจะได้รับค่าชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการทำงานกับบริษัทนั้น ๆ
  • ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ)
    ลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หากนายจ้างไม่แจ้งการเลิกจ้างตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
    หากการเลิกจ้างถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ศาลอาจสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติมให้กับลูกจ้าง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น

วิธีป้องกันและปฏิบัติตัวหากถูกกดดันให้ลาออก

เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง ลูกจ้างควรปฏิบัติดังนี้

  • เก็บหลักฐานการกดดัน
    หากมีการกดดันทางวาจาหรือเอกสาร ให้พยายามเก็บรวบรวมหลักฐาน เช่น ข้อความสนทนา อีเมล หรือบันทึกเหตุการณ์ เพื่อใช้ประกอบการฟ้องร้องในภายหลัง

  • ปฏิเสธการเขียนใบลาออกโดยไม่สมัครใจ
    หากไม่ต้องการลาออก ลูกจ้างสามารถปฏิเสธการเขียนใบลาออกได้ เพราะการเขียนใบลาออกจะส่งผลให้เสียสิทธิ์ในการเรียกค่าชดเชย

  • ปรึกษากฎหมายแรงงาน
    หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์และหน้าที่ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายแรงงานหรือทนายความ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินคดี

สรุป

หากลูกจ้างถูกกดดันให้ลาออกโดยไม่สมัครใจ การลาออกนั้นจะถือเป็นการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ลูกจ้างมีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าชดเชย ค่าตกใจ และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โดยการรักษาสิทธิ์ของตนเองและการรวบรวมหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินคดี

ที่มา บริษัท ทนายใกล้ตัว จำกัด

น้องบีพลัสขอแนะนำ โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ ที่ไม่เพียงจัดการเรื่องเงินเดือน แต่ยังมี โปรแกรมลาออนไลน์ ระบบคำนวณเวลาเข้า-ออกงานอัตโนมัติ และฟังก์ชันอื่นๆ ครบครัน นอกจากนี้พนักงานยังสามารถยื่นลาออกผ่านระบบ Bplus ได้อย่างสะดวก อย่างไรก็ตาม ก่อนการลาออก ควรพิจารณาคำแนะนำและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาสิทธิ์ของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง