คำตอบโดยสรุป
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ไม่กำหนดฐานค่าจ้างขั้นต่ำและไม่กำหนดเพดานค่าจ้างสูงสุดสำหรับการคำนวณ จึงต้องคำนวณจากค่าจ้างที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายของลูกจ้างแต่ละคนเต็มจำนวน
กองทุนนี้แตกต่างจากประกันสังคม ซึ่งมีฐานค่าจ้างขั้นต่ำและเพดานสูงสุดในการคำนวณเงินสมทบ
หลักการคำนวณ
สูตรคือ
เงินสะสมของลูกจ้าง = ค่าจ้างที่เข้าเกณฑ์ × อัตราเงินสะสม เงินสมทบของนายจ้าง = ค่าจ้างที่เข้าเกณฑ์ × อัตราเงินสมทบ
อัตราที่กำหนด ได้แก่
กฎหมายกำหนดอัตราเป็นร้อยละของ “ค่าจ้าง” โดยไม่ได้กำหนดจำนวนค่าจ้างขั้นต่ำหรือเพดานสูงสุดไว้ [ข้อมูลกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง]
ไม่มีฐานขั้นต่ำหมายความว่าอย่างไร
ไม่ว่าลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างของงวดนั้นจำนวนเท่าใด ให้คำนวณจากยอดค่าจ้างที่เกิดขึ้นจริงและเข้าเกณฑ์
ตัวอย่าง ลูกจ้างรายวันได้รับค่าจ้างในงวดเดือนตุลาคม 2569 จำนวน 6,000 บาท
- ลูกจ้างสะสม 6,000 × 0.25% = 15 บาท
- นายจ้างสมทบ 6,000 × 0.25% = 15 บาท
- นำส่งรวม = 30 บาท
ไม่ต้องปรับฐานขึ้นเป็นจำนวนขั้นต่ำเฉพาะของกองทุน
กรณีที่ค่าจ้างของงวดต่ำ เช่น
- เข้าทำงานกลางเดือน
- ลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
- ทำงานไม่ครบเดือน
- เป็นลูกจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง
- สัญญาจ้างสิ้นสุดกลางเดือน
ให้ใช้ค่าจ้างที่เข้าเกณฑ์ของงวดนั้นตามจริง
แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ
คำว่า “ไม่มีฐานขั้นต่ำของกองทุน” ไม่ได้หมายความว่านายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำได้ นายจ้างยังต้องปฏิบัติตามประกาศค่าจ้างขั้นต่ำของพื้นที่ ประเภทกิจการ และลักษณะงานตามกฎหมายแรงงาน
กล่าวคือ
- กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดว่า นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่าเท่าใด
- กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างกำหนดให้นำค่าจ้างที่เข้าเกณฑ์มาคูณตามอัตรา โดยไม่มีฐานขั้นต่ำเฉพาะอีกชั้นหนึ่ง
ไม่มีเพดานสูงสุดหมายความว่าอย่างไร
หากลูกจ้างได้รับค่าจ้างสูง ต้องใช้ค่าจ้างที่เข้าเกณฑ์เต็มจำนวน ไม่มีการตัดยอดไว้ที่ 15,000 บาทหรือเพดานอื่นแบบประกันสังคม
ตัวอย่างเปรียบเทียบ
ดังนั้น หากผู้บริหารมีค่าจ้าง 500,000 บาทต่อเดือนและอยู่ในข่ายสมาชิก ต้องใช้ฐาน 500,000 บาทเต็มจำนวน ไม่ใช่จำกัดไว้ที่เพดานใดเพดานหนึ่ง
ไม่ใช่รายรับทั้งหมดต้องนำมาคำนวณ
แม้จะไม่มีเพดาน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องนำเงินทุกประเภทในสลิปเงินเดือนมารวม ต้องคัดเฉพาะรายการที่มีลักษณะเป็น “ค่าจ้าง” ตามกฎหมาย เช่น
โดยทั่วไปนำมาคำนวณ
- เงินเดือน
- ค่าจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง
- ค่าจ้างตามผลงานในเวลาทำงานปกติ
- ค่าครองชีพที่จ่ายประจำเพื่อตอบแทนการทำงาน
- ค่าตำแหน่งที่จ่ายเป็นประจำ
- ค่าคอมมิชชันจากผลงานในเวลาทำงานปกติ
โดยทั่วไปไม่นำมาคำนวณ
- ค่าล่วงเวลาที่แท้จริง
- ค่าล่วงเวลาในวันหยุด
- โบนัสประจำปี
- เงินรางวัลพิเศษตามดุลพินิจ
- เงินคืนค่าใช้จ่ายตามใบเสร็จ
- สวัสดิการที่ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงาน
สรุป: กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่มีฐานค่าจ้างขั้นต่ำและไม่มีเพดานสูงสุด ให้คำนวณตามค่าจ้างที่เข้าเกณฑ์จริงทั้งหมดของแต่ละงวด โดยต้องแยกให้ถูกต้องว่ารายการใดเป็นค่าจ้าง ไม่ใช่นำรายรับทุกประเภทในสลิปมารวม