อนุสัญญาฉบับที่ 138 ว่าด้วยอายุขั้นต่ำที่อนุญาตให้จ้างงานได้ และกฎหมายคุ้มครองแรงงานเด็ก

          "แรงงานเด็ก" หมายถึง เด็กทำงานที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง 18 ปี ทำงานที่มีลักษณะงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกำหนด 

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กำหนดให้ วันที่ 12 มิถุนายน ของทุกปี เป็น "วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก"

          อนุสัญญาฉบับที่ 138 ว่าด้วยอายุขั้นต่ำสำหรับการจ้างงานเป็นมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) นำมาใช้ในปี 1973 กำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการจ้างงานและมีเป้าหมายเพื่อปกป้องเด็กจากการแสวงประโยชน์ในแรงงาน ตามอนุสัญญานี้ อายุขั้นต่ำในการเข้าทำงานไม่ควรต่ำกว่าอายุที่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ และไม่ควรต่ำกว่า 15 ปีในทุกกรณี อย่างไรก็ตาม ประเทศกำลังพัฒนาอาจกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 14 ปี นอกจากนี้ อนุสัญญายังกำหนดมาตรการเพื่อให้แน่ใจว่าการจ้างงานแรงงานอายุ 15-18 ปี จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย หรือศีลธรรมของพวกเขา

          ปัจจุบันประเทศไทยมี พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้วางหลักเกณฑ์ในการจ้างแรงงานเด็ก ที่ถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่นายจ้างต้องปฏิบัติ นายจ้างที่มีการจ้างลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และประการสำคัญการใช้แรงงานเด็กต้องคำนึงถึง เงื่อนไขการจ้าง สภาพการทำงาน รวมถึงการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กด้วย การใช้แรงงานเด็กเป็นปัญหาร้ายแรงที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการแก้ไข รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเพื่อต่อต้านการใช้แรงงานเด็กและปกป้องสิทธิของเด็ก กฎหมายคุ้มครองแรงงานและอนุสัญญาว่าด้วยอายุขั้นต่ำขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) มีไว้เพื่อกำหนดอายุขั้นต่ำในการจ้างงานและควบคุมสภาพการทำงานของเด็ก

          อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ แรงงานเด็กยังคงมีอยู่ในบางภาคส่วน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมนอกระบบและเกษตรกรรม ปัจจัยต่างๆ เช่น ความยากจน การเข้าถึงการศึกษาที่จำกัด และการขาดความตระหนักมีส่วนทำให้การปฏิบัติด้านแรงงานเด็กดำเนินต่อไป

เงื่อนไขการจ้าง

  • อายุขั้นต่ำของลูกจ้างเด็ก กฎหมายกำหนดว่าห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นลูกจ้าง
  • การขออนุญาต การจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี (แต่ไม่ต่ำกว่า 15 ปี) นายจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
    • แจ้งการจ้างเด็กต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน
    • ทำบันทึกสภาพการจ้างที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยเก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง พร้อมให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจได้ในเวลาทำการ
    • แจ้งสิ้นสุดการจ้างเด็กต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เด็กออกจากงาน 
  • งานอันตรายที่ห้ามลูกจ้างเด็กทำ ห้ามมิให้นายจ้างให้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
    • งานหลอม เป่า หล่อ หรือรีดโลหะ
    • งานปั๊มโลหะ
    • งานเกี่ยวกับความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน เสียง และแสงที่มีระดับแตกต่างจากปกติ อันอาจเป็นอันตรายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตรายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษ ซึ่งอาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือเชื้ออื่นๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ วัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่งานในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานขับหรือบังคับรถยกหรือปั้นจั่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานใช้เลื่อยเดินด้วยพลังไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์
    • งานที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ อุโมงค์ หรือปล่องในภูเขาไฟ
    • งานที่เกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่กำลังทำงาน
    • งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป
    • งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  • สถานที่ห้ามเด็กทำงาน ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานในสถานที่ดังต่อไปนี้
    • โรงฆ่าสัตว์
    • สถานที่เล่นการพนัน
    • สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
    • สถานที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

สภาพการจ้าง

  • เวลาพักของลูกจ้างเด็ก เมื่อลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กทำงานมาแล้วไม่เกิน 4 ชั่วโมง ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก มีเวลาพักวันหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงติดต่อกัน หลังจากที่ลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกิน 4 ชั่วโมง แต่ใน 4 ชั่วโมงนั้นให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กได้มีเวลาพักตามที่นายจ้างกำหนด
  • เวลาที่ห้ามลูกจ้างเด็กทำงาน ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงาน ในระหว่าง 22.00 น.-06.00 น. (เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย) สำหรับผู้แสดงภาพยนตร์ ละคร หรือการแสดงอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกัน นายจ้างอาจให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้าง ซึ่งเป็นเด็กนั้นได้พักผ่อนตามสมควร และห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด
  • พิกัดน้ำหนักการยกของ ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก ทำงานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกินอัตราน้ำหนักตามที่กำหนดในกฎกระทรวง คือ สำหรับเด็กอายุ 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี เพศหญิงไม่เกิน 20 กิโลกรัม เพศชายไม่เกิน 25 กิโลกรัม
  • การคุ้มครองเกี่ยวกับค่าจ้าง ห้ามมิให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กให้แก่บุคคลอื่น ในกรณีที่นายจ้างจ่ายเงินหรือประโยชน์ตอบแทนใดๆ ให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่น เป็นการล่วงหน้าก่อนมีการจ้างขณะแรกจ้าง หรือก่อนถึงงวดการจ่ายค่าจ้างในแต่ละคราว ไม่ให้ถือว่าเป็นการจ่ายหรือรับค่าจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้น และห้ามมิให้นายจ้างนำเงินหรือประโยชน์ตอบแทนดังกล่าว มาหักจากค่าจ้างซึ่งต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กตามกำหนดเวลา
  • การเรียกหรือรับหลักประกันการทำงาน ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันเพื่อการใดๆ จากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก

 

          เพื่อต่อสู้กับปัญหานี้ รัฐบาลไทยได้ดำเนินโครงการและความคิดริเริ่มต่างๆ รวมถึงแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วย การกำจัดรูปแบบการใช้แรงงานเด็กที่เลวร้ายที่สุด ความพยายามเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมาย ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และให้การสนับสนุนและคุ้มครองเด็กที่เสี่ยงต่อการถูกแสวงประโยชน์

          บุคคล องค์กร และสังคมโดยรวมถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนความคิดริเริ่มที่ต่อสู้กับมัน และส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบ เราสามารถมุ่งสู่อนาคตที่เด็กทุกคนจะเป็นอิสระจากการแสวงหาประโยชน์และสามารถเข้าถึงการศึกษาและโอกาสที่มีคุณภาพได้

 

ที่มา กลุ่มงานมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

      Thai PBS