BplusPOS สำหรับธุรกิจค้าส่ง Discount Store Hypermarket Wholesale
BplusPOS สำหรับธุรกิจค้าส่ง Discount Store Hypermarket Wholesale
โซลูชันเติมสินค้าจาก Bplus ERP

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ Bplus Replenishment
เติมพอดีทุกชั้นวาง
ไม่พลาดทุกยอดขาย

Bplus Replenishment คือระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ ที่คำนวณจำนวนเติมจากยอดขายจริงแบบเรียลไทม์ สำหรับห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท และธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกหลายสาขา ช่วยลดของหมดบนชั้น ลดสต็อกล้น และลด Human Error จากการเบิกด้วยมือ — พร้อมเพิ่มยอดขายได้ทันทีที่เริ่มใช้งาน

15+หัวข้อเปรียบเทียบกับการเติมสินค้าแบบ Manual
Multi-Branchควบคุมมาตรฐานได้ทุกสาขาจากส่วนกลาง
Bplus ERPเชื่อมข้อมูล Stock และยอดขายแบบเรียลไทม์
ปัญหาที่ธุรกิจค้าปลีกเจอทุกวัน

ของยังอยู่ในคลัง แต่ลูกค้าซื้อไม่ได้

กิจการที่มีหน้าร้านแยกจากคลังสินค้าต้องเติมสินค้าให้เพียงพอต่อการขายอยู่เสมอ แต่ละขั้นตอนใช้เวลาและความละเอียดรอบคอบสูง ทำให้เกิด Human Error ได้ง่าย

เบิกน้อยไป / เบิกช้า

ชั้นวางว่างก่อนของใหม่จะมาถึง ลูกค้าเข้าใจว่าสินค้าหมด และร้านเสียโอกาสขายไปทุกวัน

เบิกผิดรายการ / เบิกมากเกิน

สั่งซื้อซ้ำ ลืมสั่งซื้อ หรือส่งของผิดรายการ ทำให้สต็อกล้นและเงินทุนจมอยู่กับสินค้าที่ขายช้า

ช่องว่างระหว่างคลังกับชั้นขาย = โอกาสขายที่หายไปทุกวัน
Bplus Replenishment ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติจากยอดขายและสต็อกจริง

จาก "การคาดเดา" สู่ "ความแม่นยำอัตโนมัติ" — วงจรการเติมเต็มอัจฉริยะของ Bplus Replenishment

Bplus Replenishment ทำอะไรได้บ้าง

งานหลักของระบบเติมเต็มสินค้า

ออกแบบมาเพื่อช่วยงานเติมสินค้าตั้งแต่การคำนวณ การป้องกันความผิดพลาด ไปจนถึงการจัดส่งและสั่งซื้อ

01

คำนวณจำนวนเบิกอัตโนมัติ

หาจำนวนเบิกเพื่อเติมเต็มในปริมาณและเวลาที่เหมาะสม ตามเงื่อนไขที่กิจการกำหนด

02

ป้องกันการจัดส่งผิดพลาด

ป้องกันการจัดส่งสินค้าของคลังที่ไม่ตรงกับเอกสารการเบิก ลดความผิดพลาดหน้างาน

03

รวมกล่อง Packing List

ผสมรวมกล่องใหม่เพื่อทำเป็น Packing List ไปกับหีบห่อใหม่ ส่งไปยังหน้าร้านอย่างเป็นระบบ

04

รวบรวมเอกสารขอซื้อ

รวบรวมรายการสินค้าที่คลังมีไม่เพียงพอ จัดทำเป็นเอกสารขอซื้อให้อัตโนมัติ

หัวใจสำคัญของระบบ

แยกหน่วยขายออกจากหน่วยเติม/หน่วยเบิก ให้ตรงมาตรฐานบรรจุจริง

ลูกค้าซื้อสินค้าเป็น "หน่วยขาย" เช่น ชิ้นหรือกระป๋อง แต่คลังสินค้าจัดส่งเป็น "หน่วยเติม/หน่วยเบิก" เช่น แพ็ก โหล หรือลัง ระบบแปลงจำนวนขาดให้ตรงหน่วยบรรจุจริงโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การเบิกสินค้าคุ้มค่าและพอดีกับพื้นที่เสมอ

หน่วยขาย ชิ้น / กระป๋อง — หน่วยที่ลูกค้าซื้อหน้าร้าน
คำนวณตามขนาดบรรจุ
หน่วยเติม / หน่วยเบิก แพ็ก / โหล / ลัง — หน่วยที่คลังจัดส่งจริง
ตัวอย่าง: ขาด 49 ชิ้น หน่วยเติมลังละ 24 ชิ้น → ระบบสร้างใบเบิกอัตโนมัติ 2 ลัง
กลไกเบื้องหลังระบบ

ตั้งเงื่อนไขการเติมเต็มได้หลากหลายรูปแบบ

กิจการกำหนดเงื่อนไขได้เอง ระบบจะคำนวณตัวเลขที่ต้องเบิกให้อัตโนมัติตามข้อกำหนดนั้น

เงื่อนไขการเติมเต็ม

เมื่อพื้นที่หน้าร้านว่างพอเบิกตามขนาดบรรจุ

เมื่อถึงวันที่กำหนด เช่น ทุก 7 วัน หรือทุกวันพุธ

เมื่อจำนวนสินค้ามีต่ำกว่าจุดที่กำหนด (Reorder Point)

เติมให้เท่ากับการเติมครั้งสุดท้าย ลบยอดขายหลังเติมครั้งล่าสุด

วิธีคำนวณจำนวนเติมเต็ม

เติมเต็มพื้นที่ว่าง — กำหนดขนาดพื้นที่ขายและรอบส่งของ ระบบรู้ทันทีว่ามีพื้นที่ว่างเท่าไรจากยอดขายช่วงเวลาที่ควบคุม

ตามจำนวนใช้จริง — เติมตามยอดขายทุกวัน หรือรวมยอดขายตามรอบส่งของของคลังสินค้า

พยากรณ์ยอดขาย — ประมาณการยอดขายเพื่อหาจำนวนเติม เหมาะกับช่วงจัดแคมเปญพิเศษ

สูตรอัจฉริยะเบื้องหลังระบบ
จำนวนที่ควรเติม = จำนวนที่ควรมีในพื้นที่ขาย − จำนวนที่มีอยู่ในพื้นที่ขาย

ตัวอย่าง: พื้นที่วางสินค้าบรรจุได้ 36 ชิ้น ต้องเติมทุก 3 วัน ภายใน 3 วันมียอดขาย 12 ชิ้น

ระบบสร้างเอกสารเบิกทันที 12 ชิ้น
4 วิธีคำนวณการเติมสินค้า Fill to Max Reorder Point Actual Sales และ Forecast

4 วิธีคำนวณการเติมเต็มที่ปรับใช้ได้ตามลักษณะธุรกิจ

เบื้องหลังการทำงาน

8 ขั้นตอนการทำงานอัจฉริยะของระบบ

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติทำงานตั้งแต่กำหนดพื้นที่ขาย ตรวจสอบยอดขายและสต็อก คำนวณจำนวนที่ต้องเติม ตรวจสอบคลังสำรอง ไปจนถึงการสร้างเอกสารโอนสินค้าให้ฝ่ายคลังดำเนินการ

1
 

กำหนดพื้นที่ขาย (Location)

ระบุตำแหน่งที่จัดวางสินค้าแต่ละรายการให้ชัดเจนในทุกสาขา

2
 

กำหนดสินค้าและความจุ (Capacity)

ตั้งมาตรฐานว่าแต่ละพื้นที่วางควรมีสินค้าจำนวนเท่าไรจึงจะเหมาะสม

3
 

ตรวจสอบสต็อกหน้าร้าน

ระบบดึงข้อมูลจาก POS ตรวจสอบยอดขายและจำนวนคงเหลือแบบเรียลไทม์

4
 

คำนวณความต้องการเติม

ระบบเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อหาส่วนต่างที่ต้องนำมาเติมให้เต็ม

5
 

ตรวจสอบสต็อกในคลังสำรอง

พิจารณาว่าคลังมีของเพียงพอสำหรับการโอนมาหน้าร้านหรือไม่

6
 

คำนวณปริมาณที่เหมาะสมที่สุด

ปรับยอดการเติมตามหน่วยบรรจุจริง เช่น เติมเป็นแพ็ก เพื่อไม่ให้ล้นขึ้นวาง

7
 

สร้างใบโอนสินค้าอัตโนมัติ

ระบบเตรียมเอกสารให้ฝ่ายคลังทราบทันทีว่าต้องหยิบอะไร จากไหน ไปที่ใด

8

เจ้าหน้าที่ยืนยันและเติมสินค้า

พนักงานทำตามรายการที่ระบบจัดให้ ลดเวลาการเดินหาและเพิ่มความแม่นยำ

8 ขั้นตอนการทำงานระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ Bplus Replenishment

ภาพรวม 8 ขั้นตอนการทำงานอัจฉริยะ และตัวอย่างผลลัพธ์การเติมสินค้าจริง

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

การเติมสินค้าแบบ Manual เทียบกับ Bplus Replenishment

15 หัวข้อที่ธุรกิจค้าปลีกควรพิจารณา ก่อนตัดสินใจว่าจะเติมสินค้าแบบใช้คน หรือให้ระบบช่วยคำนวณ

หัวข้อ การเติมสินค้าแบบเดิม (Manual) ระบบ Bplus Replenishment
วิธีการทำงาน พนักงานเช็กสต็อกด้วยตา / กระดาษ / Excel แล้วค่อยสั่งซื้อ คำนวณอัตโนมัติจากยอดขาย–สต็อก–Lead Time–Min/Max
ความแม่นยำของข้อมูล ขึ้นกับคน ผิดพลาดง่าย ข้อมูลไม่อัปเดต ดึงข้อมูลจาก POS แบบเรียลไทม์ แม่นยำสูง
ความเร็วในการทำงาน ช้า ต้องเดินเช็กทีละจุด ประมวลผลภายในไม่กี่วินาที
ความเสี่ยง Out of Stock สูง เพราะคาดการณ์ผิดหรือเช็กไม่ทัน ต่ำ ระบบแจ้งเตือนและคำนวณปริมาณที่เหมาะสม
ความเสี่ยง Over Stock สูง เพราะสั่งเผื่อหรือสั่งซ้ำ ต่ำ คำนวณตามยอดขายจริงและรอบจัดส่ง
การพยากรณ์ยอดขาย ไม่มี ใช้ประสบการณ์ส่วนบุคคล มี ใช้ข้อมูลยอดขายย้อนหลังช่วยคำนวณ
การควบคุมสาขา แต่ละสาขาสั่งของไม่เท่ากัน คุมมาตรฐานยาก ส่วนกลางควบคุมสูตรเติมสินค้าได้ทุกสาขา
ความโปร่งใสตรวจสอบย้อนหลัง ตรวจยาก ไม่มี Log ที่ชัดเจน มีประวัติทุกคำสั่งเติมสินค้า ตรวจสอบได้
การใช้แรงงานคน ใช้คนจำนวนมาก เสี่ยงผิดพลาด ลดงานคน ให้ระบบทำแทน
การวางแผนจัดซื้อ วางแผนยาก ข้อมูลไม่ครบ สร้างรายการสั่งซื้ออัตโนมัติพร้อมวิเคราะห์รอบจัดส่ง
รองรับหลายสาขา ยิ่งหลายสาขายิ่งวุ่นวาย ออกแบบมาสำหรับ Multi-branch โดยเฉพาะ
การตั้งกฎเติมสินค้า ทำไม่ได้ ต้องบอกพนักงานทีละคน ตั้งสูตรได้ เช่น Min/Max, Safety Stock, Lead Time
ความสม่ำเสมอ ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นกับคน สม่ำเสมอเพราะคำนวณตามกฎเดียวกันทุกครั้ง
การลดต้นทุน ต้นทุนสูงจาก Over Stock และแรงงาน ลดต้นทุนสต็อก ลดงานคน ลดของเสีย
ผลลัพธ์ต่อธุรกิจ สต็อกไม่เสถียร ขาด-เกินบ่อย กำไรหาย สต็อกเสถียร ขายได้เต็มที่ เพิ่มกำไร

 

สรุป: การเติมสินค้าแบบ Manual ต้องพึ่งพาการตรวจนับและประสบการณ์ของพนักงาน ขณะที่ Bplus Replenishment ใช้ข้อมูลยอดขายและสต็อกจริงในการคำนวณจำนวนเติม ช่วยลดความคลาดเคลื่อนและทำให้ทุกสาขาใช้มาตรฐานเดียวกัน

ตอบโจทย์ทุกฝ่ายในองค์กร

ใครได้อะไรจากระบบเติมสินค้านี้

เจ้าของ / ผู้บริหาร

ลดโอกาสเสียยอดขาย ลดต้นทุนแรงงาน เห็นภาพรวมสต็อกทุกสาขาแบบเรียลไทม์

ผู้จัดการร้าน

ควบคุมมาตรฐานทุกสาขาด้วยกฎเดียวกัน ไม่ต้องกำกับพนักงานทีละคน

ฝ่ายคลังสินค้า

ได้รายการและจำนวนที่ต้องเตรียมชัดเจน พร้อม Packing List ที่จัดระบบไว้ให้

พนักงานหน้าร้าน

ไม่ต้องเดินตรวจนับสต็อกทั้งวัน มีเวลาไปดูแลลูกค้าและจัดเรียงสินค้ามากขึ้น

เหมาะสำหรับธุรกิจที่มี SKU จำนวนมาก
ห้างสรรพสินค้า (Department Store) ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) มินิมาร์ท (Minimart) ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกหลายสาขา
SMEs National Awardsรางวัลคุณภาพระดับประเทศ
โล่พระอาทิตย์ทองคำการันตีคุณภาพซอฟต์แวร์
ต่อยอดจาก Bplus ERPซอฟต์แวร์ที่องค์กรไทยไว้วางใจมากว่า 30 ปี
คำถามที่พบบ่อย

รู้จักระบบเติมเต็มสินค้าให้มากขึ้น

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ (Replenishment System) คืออะไร

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ คือโปรแกรมที่คำนวณและจัดเตรียมเอกสารเบิก-โอนสินค้าจากคลังสำรองมายังพื้นที่ขายให้โดยอัตโนมัติ โดยอิงจากยอดขายจริง จำนวนคงเหลือ และเงื่อนไขที่กิจการกำหนด แทนการเดินตรวจนับสินค้าด้วยคน

Bplus Replenishment คำนวณจำนวนเติมสินค้าอย่างไร

ระบบคำนวณจากสูตร จำนวนที่ควรเติม เท่ากับจำนวนที่ควรมีในพื้นที่ขาย ลบด้วยจำนวนที่มีอยู่จริง โดยพิจารณาความจุพื้นที่ขายและสต็อกคงเหลือในคลังสำรองประกอบกัน ทำให้ไม่เติมขาดและไม่เติมเกิน

ระบบเติมเต็มสินค้าช่วยลดปัญหาอะไรได้บ้าง

ช่วยลดปัญหาของหมดบนชั้น (Out of Stock) สต็อกล้นเกิน (Over Stock) การเบิกผิดรายการ เบิกช้า สั่งซื้อซ้ำ และลดชั่วโมงแรงงานที่ต้องเดินตรวจนับสินค้าด้วยตนเอง

Bplus Replenishment เหมาะกับธุรกิจแบบใด

เหมาะกับห้างสรรพสินค้า ซูปเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท ร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกที่มีหน้าร้านแยกจากคลังสินค้า โดยเฉพาะกิจการที่มีหลายสาขาและต้องการมาตรฐานการเติมสินค้าเดียวกันทุกสาขา

หน่วยเติม และ หน่วยเบิก คืออะไร ต่างจากหน่วยขายอย่างไร

หน่วยขายคือหน่วยที่ลูกค้าซื้อ เช่น ชิ้นหรือกระป๋อง ส่วนหน่วยเติม/หน่วยเบิกคือหน่วยที่คลังจัดส่งจริง เช่น แพ็ก โหล หรือลัง ระบบจะคำนวณแปลงจำนวนขาดจากหน่วยขายเป็นหน่วยเบิกตามขนาดบรรจุที่ตั้งไว้ เพื่อให้เบิกได้พอดีตามมาตรฐานการบรรจุจริงของคลังสินค้า

ระบบบ้านเลขที่สินค้า (Bin Location) ในคลังสำรองช่วยอะไร

ระบบกำหนดตำแหน่งจัดเก็บสินค้า หรือบ้านเลขที่สินค้า ให้พนักงานคลังหยิบสินค้าได้เร็วขึ้นตามลำดับโดยไม่ต้องเดินวนหาของ ช่วยลดเวลาการจัดเตรียมใบโอนและลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้าผิดตำแหน่ง

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติช่วยลด Out of Stock ได้อย่างไร?

ระบบตรวจสอบยอดขายและสต็อกคงเหลือ เพื่อคำนวณจำนวนที่ต้องเติมก่อนสินค้าหน้าร้านหมด ช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าแต่ไม่มีสินค้าบนชั้นวาง

Reorder Point คืออะไร?

Reorder Point คือระดับสินค้าคงเหลือที่กำหนดไว้ เมื่อสต็อกต่ำกว่าระดับดังกล่าว ระบบสามารถนำเงื่อนไขนี้มาใช้คำนวณและเตรียมการเติมสินค้าได้

Fill to Max คืออะไร?

Fill to Max คือการเติมสินค้าให้กลับไปถึงจำนวนสูงสุดหรือความจุที่กำหนดไว้ของพื้นที่ขาย โดยคำนวณจากจำนวนที่ควรมีลบด้วยจำนวนคงเหลือปัจจุบัน

Bplus Replenishment รองรับหลายสาขาหรือไม่?

รองรับการบริหารการเติมสินค้าหลายสาขา โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขและมาตรฐานการเติมจากส่วนกลางให้แต่ละสาขาทำงานในแนวทางเดียวกัน

ต่อยอดการบริหารคลังสินค้า

Bplus WMS ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าสำเร็จรูป

บริหารพื้นที่จัดเก็บ การหยิบ และการจัดส่งอย่างชาญฉลาดแบบ Smart Warehouse ลดต้นทุนการจัดการ ลดการสูญเสีย เพิ่มความแม่นยำและรวดเร็ว ทำงานร่วมกับ Bplus Replenishment และ Bplus ERP ได้อย่างครบวงจร

ดูรายละเอียด Bplus WMS
เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วย Pilot สาขานำร่อง

พร้อมเปลี่ยนการเติมสินค้าให้เป็นเรื่องอัตโนมัติแล้วหรือยัง

นัดหมายทีมงาน Bplus เพื่อดู Demo ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

นัดหมาย Demo ฟรีวันนี้