Bplus Replenishment ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ สำหรับห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต Discount Store Hypermarket และธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกหลายสาขา
Bplus Replenishment ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ สำหรับห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต Discount Store Hypermarket และธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกหลายสาขา
โซลูชันเติมสินค้าจาก Bplus ERP

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ Bplus Replenishment
เติมพอดีทุกชั้นวาง
ไม่พลาดทุกยอดขาย

Bplus Replenishment คือระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ ที่คำนวณจำนวนเติมจากยอดขายจริงแบบเรียลไทม์ สำหรับห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท และธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกหลายสาขา ช่วยลดของหมดบนชั้น ลดสต็อกล้น และลด Human Error จากการเบิกด้วยมือ — พร้อมเพิ่มยอดขายได้ทันทีที่เริ่มใช้งาน

วิดีโอ: หมดปัญหา Shelf ว่าง สต็อกล้น — ให้ระบบบอกว่าอะไรต้องเติม เติมจากไหน และเติมเท่าไร
ปัญหาที่ธุรกิจค้าปลีกเจอทุกวัน

ทำไมของยังอยู่ในคลัง แต่ลูกค้าซื้อไม่ได้?

กิจการที่มีหน้าร้านแยกจากคลังสินค้าต้องเติมสินค้าให้เพียงพอต่อการขายอยู่เสมอ แต่ละขั้นตอนใช้เวลาและความละเอียดรอบคอบสูง ทำให้เกิด Human Error ได้ง่าย

เบิกน้อยไป / เบิกช้า

ชั้นวางว่างก่อนของใหม่จะมาถึง ลูกค้าเข้าใจว่าสินค้าหมด และร้านเสียโอกาสขายไปทุกวัน

เบิกผิดรายการ / เบิกมากเกิน

สั่งซื้อซ้ำ ลืมสั่งซื้อ หรือส่งของผิดรายการ ทำให้สต็อกล้นและเงินทุนจมอยู่กับสินค้าที่ขายช้า

ช่องว่างระหว่างคลังกับชั้นขาย = โอกาสขายที่หายไปทุกวัน
อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบการเติมสินค้าแบบคาดเดากับระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ Bplus Replenishment ที่คำนวณจากยอดขายและสต็อกจริง ลดของขาด ลดสต็อกล้น
วงจรการเติมเต็มอัจฉริยะ: เปลี่ยนการเติมสินค้าจาก "การคาดเดา" เป็น "ความแม่นยำอัตโนมัติ" ระบบคำนวณจำนวนเติมจากยอดขายและสต็อกจริง ไม่เติมเกินความจุพื้นที่ขาย และไม่เกินจำนวนที่มีในคลังสำรอง
งานหลักของระบบเติมเต็มสินค้า

Bplus Replenishment ทำอะไรได้บ้าง?

ออกแบบมาเพื่อช่วยงานเติมสินค้าตั้งแต่การคำนวณ การป้องกันความผิดพลาด ไปจนถึงการจัดส่งและสั่งซื้อ

01

คำนวณจำนวนเบิกอัตโนมัติ

หาจำนวนเบิกเพื่อเติมเต็มในปริมาณและเวลาที่เหมาะสม ตามเงื่อนไขที่กิจการกำหนด

02

ป้องกันการจัดส่งผิดพลาด

ป้องกันการจัดส่งสินค้าของคลังที่ไม่ตรงกับเอกสารการเบิก ลดความผิดพลาดหน้างาน

03

รวมกล่อง Packing List

ผสมรวมกล่องใหม่เพื่อทำเป็น Packing List ไปกับหีบห่อใหม่ ส่งไปยังหน้าร้านอย่างเป็นระบบ

04

รวบรวมเอกสารขอซื้อ

รวบรวมรายการสินค้าที่คลังมีไม่เพียงพอ จัดทำเป็นเอกสารขอซื้อให้อัตโนมัติ

หัวใจสำคัญของระบบ

หน่วยขาย ต่างจาก หน่วยเติม/หน่วยเบิก อย่างไร?

ลูกค้าซื้อสินค้าเป็น "หน่วยขาย" เช่น ชิ้นหรือกระป๋อง แต่คลังสินค้าจัดส่งเป็น "หน่วยเติม/หน่วยเบิก" เช่น แพ็ก โหล หรือลัง ระบบแปลงจำนวนขาดให้ตรงหน่วยบรรจุจริงโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การเบิกสินค้าคุ้มค่าและพอดีกับพื้นที่เสมอ

หน่วยขาย ชิ้น / กระป๋อง — หน่วยที่ลูกค้าซื้อหน้าร้าน
คำนวณตามขนาดบรรจุ
หน่วยเติม / หน่วยเบิก แพ็ก / โหล / ลัง — หน่วยที่คลังจัดส่งจริง
ตัวอย่าง: ขาด 49 ชิ้น หน่วยเติมลังละ 24 ชิ้น → ระบบสร้างใบเบิกอัตโนมัติ 2 ลัง
กลไกเบื้องหลังระบบ

ตั้งเงื่อนไขการเติมเต็มได้แบบไหนบ้าง?

กิจการกำหนดเงื่อนไขได้เอง ระบบจะคำนวณตัวเลขที่ต้องเบิกให้อัตโนมัติตามข้อกำหนดนั้น

เงื่อนไขการเติมเต็ม

เมื่อพื้นที่หน้าร้านว่างพอเบิกตามขนาดบรรจุ

เมื่อถึงวันที่กำหนด เช่น ทุก 7 วัน หรือทุกวันพุธ

เมื่อจำนวนสินค้ามีต่ำกว่าจุดที่กำหนด (Reorder Point)

เติมให้เท่ากับการเติมครั้งสุดท้าย ลบยอดขายหลังเติมครั้งล่าสุด

วิธีคำนวณจำนวนเติมเต็ม

เติมเต็มพื้นที่ว่าง — กำหนดขนาดพื้นที่ขายและรอบส่งของ ระบบรู้ทันทีว่ามีพื้นที่ว่างเท่าไรจากยอดขายช่วงเวลาที่ควบคุม

ตามจำนวนใช้จริง — เติมตามยอดขายทุกวัน หรือรวมยอดขายตามรอบส่งของของคลังสินค้า

พยากรณ์ยอดขาย — ประมาณการยอดขายเพื่อหาจำนวนเติม เหมาะกับช่วงจัดแคมเปญพิเศษ

สูตรอัจฉริยะเบื้องหลังระบบ
จำนวนที่ควรเติม = จำนวนที่ควรมีในพื้นที่ขาย − จำนวนที่มีอยู่ในพื้นที่ขาย

ตัวอย่าง: พื้นที่วางสินค้าบรรจุได้ 36 ชิ้น ต้องเติมทุก 3 วัน ภายใน 3 วันมียอดขาย 12 ชิ้น

ระบบสร้างเอกสารเบิกทันที 12 ชิ้น
อินโฟกราฟิก 4 วิธีคำนวณการเติมสินค้าอัตโนมัติ ได้แก่ Fill to Max เติมเต็มพื้นที่ว่าง, Reorder Point จุดสั่งซื้อ, Actual Sales เติมตามยอดขายจริง และ Forecast พยากรณ์ยอดขาย
4 วิธีคำนวณการเติมเต็ม: Fill to Max, Reorder Point, เติมตามยอดขายจริง และพยากรณ์ยอดขาย เลือกใช้ได้ตามลักษณะสินค้าและรูปแบบธุรกิจ
เบื้องหลังการทำงาน

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติทำงานอย่างไร?

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติทำงาน 8 ขั้นตอน ตั้งแต่กำหนดพื้นที่ขาย ตรวจสอบยอดขายและสต็อก คำนวณจำนวนที่ต้องเติม ตรวจสอบคลังสำรอง ไปจนถึงการสร้างเอกสารโอนสินค้าให้ฝ่ายคลังดำเนินการ

  1. 1
     

    กำหนดพื้นที่ขาย (Location)

    ระบุตำแหน่งที่จัดวางสินค้าแต่ละรายการให้ชัดเจนในทุกสาขา

  2. 2
     

    กำหนดสินค้าและความจุ (Capacity)

    ตั้งมาตรฐานว่าแต่ละพื้นที่วางควรมีสินค้าจำนวนเท่าไรจึงจะเหมาะสม

  3. 3
     

    ตรวจสอบสต็อกหน้าร้าน

    ระบบดึงข้อมูลจาก POS ตรวจสอบยอดขายและจำนวนคงเหลือแบบเรียลไทม์

  4. 4
     

    คำนวณความต้องการเติม

    ระบบเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อหาส่วนต่างที่ต้องนำมาเติมให้เต็ม

  5. 5
     

    ตรวจสอบสต็อกในคลังสำรอง

    พิจารณาว่าคลังมีของเพียงพอสำหรับการโอนมาหน้าร้านหรือไม่

  6. 6
     

    คำนวณปริมาณที่เหมาะสมที่สุด

    ปรับยอดการเติมตามหน่วยบรรจุจริง เช่น เติมเป็นแพ็ก เพื่อไม่ให้ล้นชั้นวาง

  7. 7
     

    สร้างใบโอนสินค้าอัตโนมัติ

    ระบบเตรียมเอกสารให้ฝ่ายคลังทราบทันทีว่าต้องหยิบอะไร จากไหน ไปที่ใด

  8. 8

    เจ้าหน้าที่ยืนยันและเติมสินค้า

    พนักงานทำตามรายการที่ระบบจัดให้ ลดเวลาการเดินหาและเพิ่มความแม่นยำ

แผนภาพ 8 ขั้นตอนการทำงานของระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ Bplus Replenishment ตั้งแต่กำหนดพื้นที่ขาย ตรวจสต็อกหน้าร้านและคลังสำรอง คำนวณจำนวนเติม จนถึงสร้างใบโอนสินค้า
8 ขั้นตอนการทำงานอัจฉริยะ: กำหนดพื้นที่ขาย → กำหนดความจุ → ตรวจสต็อกหน้าร้าน → คำนวณความต้องการ → ตรวจคลังสำรอง → ปรับตามหน่วยบรรจุ → สร้างใบโอนสินค้า → พนักงานยืนยันและเติมสินค้า
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

เติมสินค้าแบบ Manual ต่างจาก Bplus Replenishment อย่างไร?

15 หัวข้อที่ธุรกิจค้าปลีกควรพิจารณา ก่อนตัดสินใจว่าจะเติมสินค้าแบบใช้คน หรือให้ระบบช่วยคำนวณ

ตารางเปรียบเทียบการเติมสินค้าแบบ Manual กับระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ Bplus Replenishment
หัวข้อ การเติมสินค้าแบบเดิม (Manual) ระบบ Bplus Replenishment
วิธีการทำงานพนักงานเช็กสต็อกด้วยตา / กระดาษ / Excel แล้วค่อยสั่งซื้อคำนวณอัตโนมัติจากยอดขาย–สต็อก–Lead Time–Min/Max
ความแม่นยำของข้อมูลขึ้นกับคน ผิดพลาดง่าย ข้อมูลไม่อัปเดตดึงข้อมูลจาก POS แบบเรียลไทม์ แม่นยำสูง
ความเร็วในการทำงานช้า ต้องเดินเช็กทีละจุดประมวลผลภายในไม่กี่วินาที
ความเสี่ยง Out of Stockสูง เพราะคาดการณ์ผิดหรือเช็กไม่ทันต่ำ ระบบแจ้งเตือนและคำนวณปริมาณที่เหมาะสม
ความเสี่ยง Over Stockสูง เพราะสั่งเผื่อหรือสั่งซ้ำต่ำ คำนวณตามยอดขายจริงและรอบจัดส่ง
การพยากรณ์ยอดขายไม่มี ใช้ประสบการณ์ส่วนบุคคลมี ใช้ข้อมูลยอดขายย้อนหลังช่วยคำนวณ
การควบคุมสาขาแต่ละสาขาสั่งของไม่เท่ากัน คุมมาตรฐานยากส่วนกลางควบคุมสูตรเติมสินค้าได้ทุกสาขา
ความโปร่งใสตรวจสอบย้อนหลังตรวจยาก ไม่มี Log ที่ชัดเจนมีประวัติทุกคำสั่งเติมสินค้า ตรวจสอบได้
การใช้แรงงานคนใช้คนจำนวนมาก เสี่ยงผิดพลาดลดงานคน ให้ระบบทำแทน
การวางแผนจัดซื้อวางแผนยาก ข้อมูลไม่ครบสร้างรายการสั่งซื้ออัตโนมัติพร้อมวิเคราะห์รอบจัดส่ง
รองรับหลายสาขายิ่งหลายสาขายิ่งวุ่นวายออกแบบมาสำหรับ Multi-branch โดยเฉพาะ
การตั้งกฎเติมสินค้าทำไม่ได้ ต้องบอกพนักงานทีละคนตั้งสูตรได้ เช่น Min/Max, Safety Stock, Lead Time
ความสม่ำเสมอไม่สม่ำเสมอ ขึ้นกับคนสม่ำเสมอเพราะคำนวณตามกฎเดียวกันทุกครั้ง
การลดต้นทุนต้นทุนสูงจาก Over Stock และแรงงานลดต้นทุนสต็อก ลดงานคน ลดของเสีย
ผลลัพธ์ต่อธุรกิจสต็อกไม่เสถียร ขาด-เกินบ่อย กำไรหายสต็อกเสถียร ขายได้เต็มที่ เพิ่มกำไร

สรุป: การเติมสินค้าแบบ Manual ต้องพึ่งพาการตรวจนับและประสบการณ์ของพนักงาน ขณะที่ Bplus Replenishment ใช้ข้อมูลยอดขายและสต็อกจริงในการคำนวณจำนวนเติม ช่วยลดความคลาดเคลื่อนและทำให้ทุกสาขาใช้มาตรฐานเดียวกัน

ชมวิดีโอ: วิธีลด Out of Stock / Over Stock ด้วย Bplus Replenishment

สรุปเนื้อหาในวิดีโอ

  • ปัญหาที่ร้านค้าปลีก-ค้าส่งเจอ: ของหมดหน้าชั้น (Out of Stock) และสต็อกล้นเกิน (Over Stock)
  • เพียงไม่กี่คลิก ระบบคำนวณจำนวนที่ต้องเติมจากยอดขายและสต็อกจริงให้อัตโนมัติ
  • ระบบสร้างเอกสารเบิก-โอนสินค้าจากคลังสำรองไปยังพื้นที่ขาย ลดงานคนและความผิดพลาด
  • ใช้มาตรฐานการเติมสินค้าเดียวกันได้ทุกสาขา
ตอบโจทย์ทุกฝ่ายในองค์กร

ใครได้อะไรจากระบบเติมสินค้านี้?

เจ้าของ / ผู้บริหาร

ลดโอกาสเสียยอดขาย ลดต้นทุนแรงงาน เห็นภาพรวมสต็อกทุกสาขาแบบเรียลไทม์

ผู้จัดการร้าน

ควบคุมมาตรฐานทุกสาขาด้วยกฎเดียวกัน ไม่ต้องกำกับพนักงานทีละคน

ฝ่ายคลังสินค้า

ได้รายการและจำนวนที่ต้องเตรียมชัดเจน พร้อม Packing List ที่จัดระบบไว้ให้

พนักงานหน้าร้าน

ไม่ต้องเดินตรวจนับสต็อกทั้งวัน มีเวลาไปดูแลลูกค้าและจัดเรียงสินค้ามากขึ้น

เหมาะสำหรับธุรกิจที่มี SKU จำนวนมาก
  • ห้างสรรพสินค้า (Department Store)
  • ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket)
  • มินิมาร์ท (Minimart)
  • ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store)
  • ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกหลายสาขา
SMEs National Awardsรางวัลคุณภาพระดับประเทศ
โล่พระอาทิตย์ทองคำการันตีคุณภาพซอฟต์แวร์
ต่อยอดจาก Bplus ERPซอฟต์แวร์ที่องค์กรไทยไว้วางใจมากว่า 30 ปี
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ (Replenishment System) คืออะไร?

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ คือโปรแกรมที่คำนวณและจัดเตรียมเอกสารเบิก-โอนสินค้าจากคลังสำรองมายังพื้นที่ขายให้โดยอัตโนมัติ โดยอิงจากยอดขายจริง จำนวนคงเหลือ และเงื่อนไขที่กิจการกำหนด แทนการเดินตรวจนับสินค้าด้วยคน

Bplus Replenishment คำนวณจำนวนเติมสินค้าอย่างไร?

ระบบคำนวณจากสูตร จำนวนที่ควรเติม เท่ากับจำนวนที่ควรมีในพื้นที่ขาย ลบด้วยจำนวนที่มีอยู่จริง โดยพิจารณาความจุพื้นที่ขายและสต็อกคงเหลือในคลังสำรองประกอบกัน ทำให้ไม่เติมขาดและไม่เติมเกิน

ระบบเติมเต็มสินค้าช่วยลดปัญหาอะไรได้บ้าง?

ช่วยลดปัญหาของหมดบนชั้น (Out of Stock) สต็อกล้นเกิน (Over Stock) การเบิกผิดรายการ เบิกช้า สั่งซื้อซ้ำ และลดชั่วโมงแรงงานที่ต้องเดินตรวจนับสินค้าด้วยตนเอง

Bplus Replenishment เหมาะกับธุรกิจแบบใด?

เหมาะกับห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท ร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกที่มีหน้าร้านแยกจากคลังสินค้า โดยเฉพาะกิจการที่มีหลายสาขาและต้องการมาตรฐานการเติมสินค้าเดียวกันทุกสาขา

หน่วยเติม และ หน่วยเบิก คืออะไร ต่างจากหน่วยขายอย่างไร?

หน่วยขายคือหน่วยที่ลูกค้าซื้อ เช่น ชิ้นหรือกระป๋อง ส่วนหน่วยเติม/หน่วยเบิกคือหน่วยที่คลังจัดส่งจริง เช่น แพ็ก โหล หรือลัง ระบบจะคำนวณแปลงจำนวนขาดจากหน่วยขายเป็นหน่วยเบิกตามขนาดบรรจุที่ตั้งไว้ เพื่อให้เบิกได้พอดีตามมาตรฐานการบรรจุจริงของคลังสินค้า

ระบบบ้านเลขที่สินค้า (Bin Location) ในคลังสำรองช่วยอะไร?

ระบบกำหนดตำแหน่งจัดเก็บสินค้า หรือบ้านเลขที่สินค้า ให้พนักงานคลังหยิบสินค้าได้เร็วขึ้นตามลำดับโดยไม่ต้องเดินวนหาของ ช่วยลดเวลาการจัดเตรียมใบโอนและลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้าผิดตำแหน่ง

ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติช่วยลด Out of Stock ได้อย่างไร?

ระบบตรวจสอบยอดขายและสต็อกคงเหลือ เพื่อคำนวณจำนวนที่ต้องเติมก่อนสินค้าหน้าร้านหมด ช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าแต่ไม่มีสินค้าบนชั้นวาง

Reorder Point คืออะไร?

Reorder Point คือระดับสินค้าคงเหลือที่กำหนดไว้ เมื่อสต็อกต่ำกว่าระดับดังกล่าว ระบบสามารถนำเงื่อนไขนี้มาใช้คำนวณและเตรียมการเติมสินค้าได้

Fill to Max คืออะไร?

Fill to Max คือการเติมสินค้าให้กลับไปถึงจำนวนสูงสุดหรือความจุที่กำหนดไว้ของพื้นที่ขาย โดยคำนวณจากจำนวนที่ควรมีลบด้วยจำนวนคงเหลือปัจจุบัน

Bplus Replenishment รองรับหลายสาขาหรือไม่?

รองรับการบริหารการเติมสินค้าหลายสาขา โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขและมาตรฐานการเติมจากส่วนกลางให้แต่ละสาขาทำงานในแนวทางเดียวกัน

ต่อยอดการบริหารคลังสินค้า

Bplus WMS ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าสำเร็จรูป

บริหารพื้นที่จัดเก็บ การหยิบ และการจัดส่งอย่างชาญฉลาดแบบ Smart Warehouse ลดต้นทุนการจัดการ ลดการสูญเสีย เพิ่มความแม่นยำและรวดเร็ว ทำงานร่วมกับ Bplus Replenishment และ Bplus ERP ได้อย่างครบวงจร

ดูรายละเอียด Bplus WMS
เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วย Pilot สาขานำร่อง

พร้อมเปลี่ยนการเติมสินค้าให้เป็นเรื่องอัตโนมัติแล้วหรือยัง?

นัดหมายทีมงาน Bplus เพื่อดู Demo ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

นัดหมาย Demo ฟรีวันนี้