| 1. วิธีการทำงาน |
พนักงานเช็กสต็อกด้วยตา / กระดาษ / Excel แล้วค่อยสั่งซื้อ |
ระบบคำนวณอัตโนมัติจากยอดขาย–สต็อก–Lead Time–Min/Max |
| 2. ความแม่นยำของข้อมูล |
ขึ้นกับคน → ผิดพลาดง่าย, ข้อมูลไม่อัปเดต |
ดึงข้อมูลจาก POS แบบbig data แม่นยำสูง |
| 3. ความเร็วในการทำงาน |
ช้า ต้องเดินเช็กทีละจุด |
เร็วมาก ระบบประมวลผลภายในไม่กี่วินาที |
| 4. ความเสี่ยง Out of Stock |
สูง เพราะคาดการณ์ผิดหรือเช็กไม่ทัน |
ต่ำ ระบบแจ้งเตือนและคำนวณปริมาณเติมที่เหมาะสม |
| 5. ความเสี่ยง Over Stock |
สูง เพราะสั่งเผื่อหรือสั่งซ้ำ |
ต่ำ ระบบคำนวณตามยอดขายจริงและรอบจัดส่ง |
| 6. การคาดการณ์ยอดขาย (Forecast) |
ไม่มี ใช้ประสบการณ์ส่วนบุคคล |
มี ใช้ข้อมูลยอดขายย้อนหลังช่วยคำนวณ |
| 7. การควบคุมสาขา |
แต่ละสาขาสั่งของไม่เท่ากัน คุมมาตรฐานยาก |
HQ ควบคุมสูตรเติมสินค้าได้ทุกสาขา |
| 8. ความโปร่งใสตรวจสอบย้อนหลัง |
ตรวจยาก ไม่มี Log ที่ชัดเจน |
มีประวัติทุกคำสั่งเติมสินค้า ตรวจสอบได้ |
| 9. การใช้แรงงานคน |
ใช้คนจำนวนมาก เสี่ยงผิดพลาด |
ลดงานคน → ให้ระบบทำแทน |
| 10. ความสามารถในการวางแผนจัดซื้อ |
วางแผนยาก ข้อมูลไม่ครบ |
ระบบสร้างรายการสั่งซื้ออัตโนมัติ พร้อมวิเคราะห์รอบจัดส่ง |
| 11. ความสามารถรองรับหลายสาขา |
ยิ่งหลายสาขายิ่งวุ่นวาย |
ออกแบบมาสำหรับ Multi-branch โดยเฉพาะ |
| 12. ความสามารถในการตั้งกฎเติมสินค้า |
ทำไม่ได้ ต้องบอกพนักงานทีละคน |
ตั้งสูตรเติมสินค้า เช่น Min/Max, Safety Stock, Lead Time |
| 13. ความสม่ำเสมอของการเติมสินค้า |
ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นกับคน |
สม่ำเสมอเพราะระบบคำนวณตามกฎเดียวกัน |
| 14. การลดต้นทุน |
ต้นทุนสูงจาก Over Stock และแรงงาน |
ลดต้นทุนสต็อก + ลดงานคน + ลดของเสีย |
| 15. ผลลัพธ์ต่อธุรกิจ |
สต็อกไม่เสถียร ขาด–เกินบ่อย กำไรหาย |
สต็อกเสถียร ขายได้เต็มที่ ลดต้นทุน เพิ่มกำไร |