คำถาม:
สแกนบาร์โค้ดแล้วขึ้นสินค้าอื่น แก้อย่างไร?
คำตอบ:
ให้ตรวจสอบข้อมูลบาร์โค้ดในแฟ้มสินค้า ว่าตรงกับสินค้าจริงหรือไม่ ตรวจสอบว่ามีการใช้บาร์โค้ดซ้ำกับสินค้าอื่นหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าชนิดบาร์โค้ดและการตั้งค่าเครื่องสแกนถูกต้องหรือไม่ จากนั้นแก้ไขข้อมูลและทดสอบใหม่
สาเหตุ:
- บาร์โค้ดถูกผูกกับสินค้าผิดรายการ
- มีการใช้บาร์โค้ดซ้ำหลายสินค้า
- กรอกข้อมูล Barcode ผิด
- นำเข้าข้อมูลสินค้าไม่ถูกต้อง
- เครื่องสแกนเป็นแบบ 2D และไปอ่าน QR Code ที่เป็นข้อมูลประชาสัมพันธ์ของสินค้า
- ค่าที่อ่านจาก QR Code อาจไปตรงกับรหัสของสินค้าอื่นในระบบ
ผลกระทบ:
- ขายสินค้าผิดรายการ
- ราคาขายผิด
- สต๊อกคลาดเคลื่อน
- ลูกค้าไม่พอใจหรือเกิดข้อร้องเรียน
- กระทบรายงานและบัญชี
วิธีแก้ไข / วิธีปฏิบัติ:
1. ตรวจสอบข้อมูลสินค้า
- เข้าเมนู: สินค้า / แฟ้มสินค้า
2. ค้นหาสินค้าที่มีปัญหา
- ใช้รหัส Barcode ที่สแกนได้
3. ตรวจสอบรายละเอียด
- รหัส Barcode ถูกต้องหรือไม่
- ชื่อสินค้าและรหัสซื้อขายตรงกับสินค้าจริงหรือไม่
- รูปแบบชนิดบาร์โค้ดที่ใช้งานถูกต้องหรือไม่
4. ตรวจสอบ Barcode ซ้ำ
- ค้นหา Barcode เดียวกันในหลายสินค้า
- หากพบซ้ำ ต้องแก้ไขให้เหลือสินค้าเพียงรายการเดียว
5. ตรวจสอบเครื่องสแกน
- หากเป็นเครื่องสแกน 2D ให้ตรวจสอบว่าอ่าน QR Code ด้วยหรือไม่
- กรณีไม่จำเป็นต้องใช้ QR Code ให้ปิดการอ่าน 2D หรือปิดป้าย QR Code แล้วสแกนจากแท่งบาร์โค้ดแทน
6. แก้ไขข้อมูล
- ปรับ Barcode หรือการตั้งค่าให้ถูกต้อง
- บันทึกข้อมูล
7. ทดสอบการสแกน
- ยิงบาร์โค้ดอีกครั้ง
- ตรวจสอบว่าสินค้าขึ้นถูกต้อง
ข้อแนะนำ:
- กำหนด 1 Barcode ต่อ 1 สินค้า
- ตรวจสอบข้อมูลก่อน Import สินค้า
- ใช้มาตรฐาน Barcode เดียวกันทั้งระบบ
- ตรวจสอบ Master Data เป็นระยะ
- หากไม่จำเป็นต้องใช้ QR Code แนะนำให้ปิดการอ่าน 2D เพื่อลดความผิดพลาด
ตัวอย่าง:
สินค้าขวดน้ำ A มี QR Code บนฉลาก และเครื่องสแกน 2D ไปอ่าน QR Code แทนแท่งบาร์โค้ด ทำให้ระบบขึ้นเป็นสินค้า B เมื่อตั้งค่าให้สแกนเฉพาะแท่งบาร์โค้ด หรือปิดการอ่าน QR Code ระบบจะแสดงสินค้าได้ถูกต้อง
ประโยชน์:
- ลดความผิดพลาดในการขาย
- เพิ่มความถูกต้องของสต๊อก
- ลดข้อร้องเรียนจากลูกค้า
- ทำให้รายงานแม่นยำ
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหน้าร้าน