Q : ค่าเสื่อมราคาใน GL ไม่ตรงกับรายงาน ภ.ง.ด.50
A : เมื่อพบความแตกต่างของค่าเสื่อมระหว่างบัญชีแยกประเภทและรายงาน ภ.ง.ด.50 จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเชิงวิเคราะห์ เนื่องจากค่าเสื่อมเป็นรายการที่คำนวณตามงวดเวลาและเงื่อนไขของทรัพย์สินแต่ละประเภท การตรวจสอบอย่างเป็นลำดับจะช่วยให้สามารถระบุสาเหตุและแก้ไขได้อย่างถูกต้อง โดยมีขั้นตอนแนะนำดังนี้
สาเหตุ:
- ค่าเสื่อมในบัญชีแยกประเภทและรายงาน ภ.ง.ด.50 อาจอ้างอิงข้อมูลคนละงวด
- ความคลาดเคลื่อนอาจเกิดจากการคำนวณค่าเสื่อมรายเดือนไม่ตรงกัน
- อาจเกิดจากข้อมูลทรัพย์สินไม่ถูกต้อง เช่น วันที่เริ่มใช้ อายุการใช้งาน หรือวิธีคิดค่าเสื่อม
- อาจมีการจำหน่ายทรัพย์สิน แต่บันทึกรายการไม่ครบถ้วน
วัตถุประสงค์:
เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของความแตกต่างระหว่างค่าเสื่อมในบัญชีแยกประเภทกับรายงาน ภ.ง.ด.50 โดยเปรียบเทียบเป็นรายงวดรายเดือน และตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินที่มีผลต่อการคำนวณค่าเสื่อมให้ถูกต้อง
เป้าหมาย:
- ตรวจสอบว่าค่าเสื่อมราคาใน GL ตรงกับรายงาน ภ.ง.ด.50 ในงวดเดียวกัน
- ตรวจสอบความถูกต้องของค่าเสื่อมแยกตามประเภททรัพย์สิน
- ตรวจพบสาเหตุของส่วนต่างจากข้อมูลทรัพย์สินหรือการบันทึกรายการ
- แก้ไขความคลาดเคลื่อนก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการยื่นแบบหรือปิดงบ
ขั้นตอนการปฏิบัติ:
1) ตรวจสอบค่าเสื่อมราคาเป็นรายงวดรายเดือน
เปรียบเทียบค่าเสื่อมในบัญชีแยกประเภทกับรายงาน ภ.ง.ด.50 เป็นรายเดือน โดยใช้ข้อมูลงวดเดียวกัน เพื่อระบุว่าเริ่มมีส่วนต่างตั้งแต่เดือนไหน
โดยสามารถพิมพ์รายงาน ได้ดังนี้
1) เข้าเมนู งานบัญชี
2) เลือก เมนูรายงาน → รายงานทรัพย์สินถาวร → รายงาน ภงด.50 (ทรัพย์สินถาวร)
3) เลือก รายงาน ภงด.50 (ทรัพย์สินถาวร)

4) กำหนดเงื่อนไข เช่น ช่วงวันที่ ให้ตรงกับช่วงที่ต้องการตรวจสอบ
5) ตรวจสอบแยกตามประเภททรัพย์สิน
เมื่อตรวจพบเดือนที่ต่างกันแล้ว ให้แยกตรวจตามประเภททรัพย์สิน เพื่อดูว่าความคลาดเคลื่อนเกิดจากกลุ่มทรัพย์สินใด

3) เปรียบเทียบยอดคงเหลือและรายละเอียดรายการระหว่างทรัพย์สินถาวร, ค่าเสื่อมราคาสะสมทรัพย์สินถวร, ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินถวร กับรายงาน รายงานแยกประเภท (GL) /งบทดลอง


4) ตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินและรายการที่เกี่ยวข้อง
หากยอดยังไม่ตรง ให้ตรวจสอบวันที่เริ่มใช้ อายุการใช้งาน วิธีคิดค่าเสื่อม และการจำหน่ายทรัพย์สิน ว่าบันทึกถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
ประโยชน์ที่ได้รับ:
- ทำให้ตรวจพบสาเหตุของค่าเสื่อมราคาที่ไม่ตรงได้ชัดเจน
- ลดความผิดพลาดของข้อมูลที่ใช้ในรายงานภาษีและงบการเงิน
- ช่วยให้การตรวจสอบทรัพย์สินเป็นระบบมากขึ้น
- เพิ่มความถูกต้องก่อนการยื่นแบบและปิดงบ