Business Plus HRM สำหรับธุรกิจสุขภาพและความงาม

ระบบช่วยงานการบริหารภายในองค์กรในด้านทรัพยากรบุคคลของธุรกิจสุขภาพและความงาม ซึ่งจะมีการจ้างงาน พนักงานหลายกลุ่ม เช่น แพทย์, พนักงานดูแลลูกค้า, แคชเชียร์หรือ แม่บ้าน เป็นต้น โดยจะเห็นว่าพนักงานแต่ละกลุ่มมีการทำงานที่แตกต่างกัน เช่น การคิดค่าแรง (แพทย์ พนักงาน) ผลตอบแทน(การทำหัตถการ) เช่น ค่านวด, ค่าทำทรีทเม้นท์, ค่ากดสิว การคิดคอมมิชชั่นรวมถึงรอบการจ่ายค่าแรงไม่เหมือนกัน การคิดชั่วโมงผลตอบแทน OT และรายงานสรุปต่างๆ ที่เฉพาะสำหรับธุรกิจสุขภาพและความงาม ซึ่งล้วนเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบที่ทางฝ่ายบุคคลหรือผู้จัดทำค่าแรงจะต้องใช้ระยะเวลาในการคำนวณเงินเดือนให้พนักงานในแต่ละเดือน BUSINESS PLUS HRM โปรแกรมเงินเดือนสำเร็จรูปสำหรับธุรกิจสุขภาพและความงาม จะช่วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานด้านการบริหารงานบุคคลมากขึ้นเพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานแล้วยังช่วยให้การทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพและลดระยะเวลาการทำงานให้น้อยลงเพื่อจะได้มีเวลาไปพัฒนาในส่วนอื่นๆได้เพิ่มมากขึ้น

 

Business Plus HRM

สำหรับธุรกิจสุขภาพและความงาม

ช่วยงานธุรกิจสปา เก็บแต้ม ชั่วโมงงาน หมดปัญหาจัดการค่าแรง

 ในปัจจุบัน แนวโน้มสำหรับการการลงทุนของธุรกิจสุขภาพและความงาม กำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนอย่างมาก มีการเริ่มขยายจากศูนย์กลางกรุงเทพและปริมณฑลไปสู่ภูมิภาคมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการบริการได้อย่างสะดวกและเนื่องจากธุรกิจนี้มีแนวโน้มในการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่น่าจับตามองสำหรับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

     การเสริมความงามถือเป็นกิจกรรมสำคัญของคนในยุคนี้ไปแล้ว ส่งผลให้เกิดธุรกิจสุขภาพและความงามเปิดให้บริการตามแหล่งชุมชน อาคารสำนักงานรวมทั้งศูนย์การค้าต่างๆ มากมาย ความงามเป็นเรื่องที่ผู้หญิง-ผู้ชาย ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ไม่ว่ายุคสมัยใดและเพื่อให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ท้าทายสำหรับนักการตลาดคือการเจาะกลุ่มผู้บริโภคให้ตอบโจทย์ความงามในไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง และต้องก้าวให้ทันยุคใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต้องมีความแปลกใหม่อยู่เสมอทั้งนี้ สำหรับธุรกิจสุขภาพและความงาม นอกจากที่จะต้องตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแล้ว ยังจำเป็นต้องมีระบบการบริหารภายในองค์กรในด้านทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพด้วยเพราะธุรกิจสุขภาพและความงาม จะมีการจ้างงาน พนักงานหลายกลุ่ม เช่น แพทย์, พนักงานดูแลลูกค้า, แคชเชียร์หรือ แม่บ้าน เป็นต้น โดยจะเห็นว่าพนักงานแต่ละกลุ่มมีการทำงานที่แตกต่างกัน เช่น การคิดค่าแรง (แพทย์ พนักงาน) ผลตอบแทน(การทำหัตถการ) เช่น ค่านวด, ค่าทำทรีทเม้นท์, ค่ากดสิว การคิดคอมมิชชั่นรวมถึงรอบการจ่ายค่าแรงไม่เหมือนกัน การคิดชั่วโมงผลตอบแทน OT และรายงานสรุปต่างๆ ที่เฉพาะสำหรับธุรกิจสุขภาพและความงาม ซึ่งล้วนเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบที่ทางฝ่ายบุคคลหรือผู้จัดทำค่าแรง จะต้องใช้ระยะเวลาในการคำนวณเงินเดือนให้พนักงานในแต่ละเดือน

     ธุรกิจสุขภาพและความงาม ในปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยี มาช่วยบริหารภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานด้านการบริหารงานบุคคลกันมากขึ้นเพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานแล้วยังช่วยให้การทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพและลดระยะเวลาการทำงานให้น้อยลงเพื่อจะได้มีเวลาไปพัฒนาในส่วนอื่นๆได้เพิ่มมากขึ้นโดยระบบที่จะนำมาช่วยงานในด้านงานบริหารงานบุคคลได้ดีนั้นจะต้องเป็นระบบที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

คุณสมบัติเด่นของโปรแกรมเงินเดือนที่สามารถนำมาใช้กับธุรกิจสุขภาพและความงาม

1.  รองรับการสร้างผังองค์กรได้ตามลักษณะกลุ่มงาน แผนก หรือแผนกย่อย ในแต่ละสาขา เพื่อรองรับกับการทำงานของแพทย์ที่ทำงานหลายสาขาได้

2.  สำหรับสาขาที่ไม่มีเครื่องบันทึกเวลาโปรแกรมรองรับการบันทึกเวลาของพนักงานในกลุ่มแพทย์แยกตามสาขาในรูปแบบไฟล์ Excel โดยเจ้าหน้าที่ตามสาขา สามารถบันทึกเวลาการทำงานและส่ง e-mail กลับมายังสำนักงาน เพื่อให้ฝ่ายบุคคลสามารถอ่านข้อมูล เวลาการทำงาน จากไฟล์ Excel เข้าสู่โปรแกรมได้ทันที ซึ่งสามารถลดงานซ้ำซ้อน

3. โปรแกรมสามารถคำนวณค่าแรง และเงินเพิ่ม/เงินหักต่างๆ ของกลุ่มแพทย์ พนักงานโดยแยกเป็นค่าใช้จ่ายของแต่ละสาขาที่ทำงานได้

4. โปรแกรมสามารถรองรับการคำนวณค่าแรงของแพทย์ที่มีค่าแรงต่อวันและตั้งค่ากะการทำงานให้รองรับกับการทำงานของแพทย์ได้อีกด้วย

5. โปรแกรมสามารถรองรับการคำนวณภาษี ของแพทย์ที่เป็นการนำส่งรายงาน ภงด.3

6. โปรแกรมสามารถตั้งค่าของการคำนวณค่าคอมมิชชั่นของพนักงานในร้าน ซึ่งมีทั้งแบบจ่ายเหมาทั้งร้าน หรือ จ่ายเฉพาะของแต่ละบุคคล

7. สามารถพิมพ์รายงานสรุปยอดเงินเดือนพนักงานตามแผนกสังกัด โดยแยก พนักงานรายเดือน และพนักงานรายวัน เพื่อใช้สำหรับจ่ายค่าแรงให้กับพนักงานได้

8. สามารถพิมพ์รายงานสรุปยอดเงินเดือนพนักงานตามแผนกบัญชี เพื่อใช้สำหรับคำนวณต้นทุนค่าแรงตามสาขาต่างๆ

 

ลักษณะเงื่อนไขของกิจการประเภทธุรกิจสุขภาพและความงาม

1. ธุรกิจสุขภาพและความงาม มีรูปแบบการดำเนินการเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • แบบที่ 1 เปิดดำเนินการแบบบริษัทเดียว แต่มีหลายสาขา
  • แบบที่ 2 เปิดดำเนินการแบบแยกแต่ละสาขาเป็นบริษัท

2. พนักงานที่ปฏิบัติงานให้บริการด้านสุขภาพและความงามจะทำงานประจำอยู่ที่สาขาที่บริษัทเปิดดำเนินการตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะมีการบันทึกเวลาทำงานเพียงเวลาเข้างาน และเวลาเลิกงานเท่านั้น โดยพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่สาขา จะมีการบันทึกเวลาเข้าออกงานหลายแบบดังนี้

  • บางสาขา พนักงานจะบันทึกเวลาเข้างาน และเวลาออกงานโดยเครื่องตอกบัตร
  • บางสาขา พนักงานจะบันทึกเวลาเข้างานและเวลาออกงาน โดยเครื่องสแกนลายนิ้วมือ
กรณีพนักงานไม่ได้บันทึกเวลาเข้าออกงาน โดยเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่เชื่อมต่อกับระบบ Lan ที่สำนักงานใหญ่ผู้จัดการสาขาจะส่งข้อมูลเวลาเข้าออกของพนักงานที่ทำงานอยู่ที่สาขาในรูปของ Excel File ให้ฝ่ายบุคคลที่สำนักงานใหญ่เพื่อคำนวณเงินเดือน

3. ผู้จัดการแต่ละสาขา จะส่งข้อมูลการลา และข้อมูลอนุมัติค่าล่วงเวลาของพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่สาขามาให้ฝ่ายบุคคลบันทึกเข้าโปรแกรมเพื่อคำนวณเงินเดือน

4. เงินได้ของพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่สาขา
   4.1 พนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่สาขา เป็นพนักงานรายเดือนทั้งหมด
   4.2 ค่าแต้มมือ(หัตถการ) จะเป็นเงินได้พิเศษ คิดมาจากการให้บริการลูกค้าเป็นครั้ง โดยมีอัตราการคิดค่าแต้มมือ เช่น

  • จำนวนแต้มมือ ตั้งแต่ 01-40 แต้ม คิดให้แต้มละ 10 บาท
  • จำนวนแต้มมือ ตั้งแต่ 41-80 แต้ม คิดให้แต้มละ 15 บาท
   4.3 ค่าเชียร์คอร์ส นวดหน่้า-ขัดหน้า, ทรีทเม้นท์, สปาผิว
  • ค่าเชียร์คอร์ส ราคา 50,000 บาท คิดให้เพิ่ม เท่ากับ 500 บาท
   4.4 ค่าคอมมิชชั่น จะเป็นเงินได้พิเศษ ที่ให้กับพนักงานในสาขา เมื่อยอดขายของพนักงานถึงเป้าที่กำหนด เช่น
  • ยอดขาย ตั้งแต่ 01–199,999 บาท ไม่คิดค่าคอมฯ
  • ยอดขาย ตั้งแต่ 200,000–500,000 บาท คิดเพิ่มให้ 1%
  • ยอดขาย ตั้งแต่ 500,001 บาท ขึ้นไป คิดเพิ่มให้ 2%
   4.5 ค่ายอดเป้าร้าน จะเป็นเงินได้พิเศษ ที่ให้กับพนักงานในสาขา เมื่อยอดขายของร้านทั้งหมดถึงเป้าที่กำหนด
  • ยอดเป้าขายทั้งร้าน เท่ากับ 1,000,0000 บาท คิดเพิ่มให้ 1% เป็นเงิน 1,000 บาท

5. ค่าจ้างของแพทย์ จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
   5.1 แพทย์ประจำ จะมีเงินเดือนประจำ และมีการกำหนดชั่วโมงการทำงานต่อเดือน
   5.2 แพทย์ (Part Time) จะไม่มีเงินเดือนประจำ แต่จะมีค่าแรงต่อชั่วโมง
   5.3 แพทย์สกิน จะไม่มีเงินเดือนประจำ แต่จะมีค่าการันตีต่อเดือนคิดมาจากค่าแต้มมือ(หัตถการ) บวกค่ายอดขายร้าน

  • ค่าแต้มมือ(หัตถการ) คิดมาจากการให้บริการลูกค้าเป็นครั้ง โดยมี อัตราการคิดให้ เช่น

      ตั้งแต่แต้มที่ 01-50 แต้ม คิดเพิ่มแต้มละ 200 บาท
      ตั้งแต่แต้มที่ 51-80 แต้ม คิดเพิ่มแต้มละ 300 บาท

  • ยอดขายร้าน คิดมาจากยอดขายของร้านที่แพทย์มาทำงานในแต่ละวัน และจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ให้กับแพทย์สกิน

6. ค่าจ้างของแพทย์ จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
   6.1 พนักงานกลุ่มนี้ จะไม่มีเงินเดือนประจำต่อเดือน แต่จะเป็นลักษณะของเงินประกันรายได้ + เงินค่าแต้มมือ(หัตถการ) ชั่วโมงขึ้นงาน
   6.2 ชั่วโมงขึ้นงานหรือชั่วโมงที่ขึ้นไปนวด แต่ไม่ใช่จำนวนชั่วโมง ที่มาทำงานต่อวัน
   6.3 แค่านวด/ค่าแต้มมือ(หัตถการ) จะคิดเป็นชั่วโมง โดยจะได้ตามจำนวน ชั่วโมงที่ขึ้นงาน พนักงานแต่ละคน อาจจะได้ ค่านวด ต่อ ชม. ไม่เท่ากัน (มีอัตราอยู่ที่ประมาณ 80 – 100 บาท ต่อ ชม.)
   6.4 ค่า Incentive ชั่วโมงขึ้นงาน ซึ่งจะกำหนดไว้เป็นช่วง ตามอัตราชั่วโมงขึ้นงาน เช่น

  • ชม. แต้มมือ(หัตถการ) ขึ้นงาน ตั้งแต่ 80 - 119 ชม. ได้เพิ่ม 500 บาท
  • ชม. แต้มมือ(หัตถการ) ขึ้นงาน ตั้งแต่ 120 - 149 ชม. ได้เพิ่ม 1,000 บาท
  • ชม. แต้มมือ(หัตถการ) ขึ้นงาน ตั้งแต่ 150 ชม. ขึ้นไป ได้เพิ่ม 1,500 บาท

7. กะทำงานของแพทย์ประจำและแพทย์ (Part Time)

  • การทำงานในช่วงเวลาทำงานปกติของแพทย์ประจำ แพทย์กลุ่มนี้จะถูกกำหนดค่าแรงต่อเดือนและจำนวน ชม. ที่ต้องทำงานไว้ในแต่ละเดือนซึ่งจะต้องเก็บสถิติ ชม.การทำงาน มาเทียบกับ จำนวน ชม. ที่ต้องทำงาน โดยถ้าหากว่า ชม.ทำงาน น้อยกว่าที่กำหนด จะต้องถูกหักค่าจ้างออกไปตามจำนวนที่ทำขาด และถ้าหากว่าทำ ชม. ได้เกินกว่าที่กำหนด ก็จะได้รับเป็น ชม. OT
  • การทำงานในช่วงเวลาทำงานปกติของแพทย์ (Part Time) แพทย์กลุ่มนี้จะได้รับค่าจ้างเป็นราย ชม. โดยคิดตามจำนวนชม.ที่ทำงานได้
  • ทำ OT หลังเลิกงานของแพทย์ประจำ จะจ่าย OT ให้เป็นรายชม. โดยคำนวณชม. OT ที่เทียบจากเวลาออกงาน และปัดเศษนาทีที่เวลารูดบัตรออกลงเป็น 30 นาที และต้องทำขั้นต่ำอย่างน้อย 1 ชม. โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัต

 

 

BUSINESS PLUS HRM สำหรับธุรกิจสุขภาพและความงาม

 

 

 

 

บริษัท The Touch และ Alyssa จำกัด

 
คุณเนติกานต์ อนันต์วิทู บริษัท เดอะทัช กรุงเทพฯ จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงประสบการณ์ดี ๆ
ในการเลือกใช้โปรแกรมเงินเดือนสำเร็จรูป BUSINESS PLUS HRM
 

 

OUR CUSTOMERS

►La Grace Co.,Ltd. (เมโกะ คลีนิกแพทย์)(ลากราซ คลินิก)
►บริษัท เดอะคลีนิกส์ คลินิกเวชกรรม จำกัด
►บริษัท เวชกรรม หนองคาย จำกัด
►บริษัท มารี ฟรานซ์ ธัชเช่ คลินิก (ไทยแลนด์) จำกัด
►บริษัท พรเกษม เฮลท์แคร์ จำกัด
►บริษัท เคพีเอ็น เฮลท์แคร์ จำกัด (มหาชน)
►บริษัท เอฟ ฟารีดา อารี บิวตี้ คลีนิค จำกัด
►บริษัท บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด
►บริษัท อิสตรี จำกัด
►บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด
►บริษัท ออฟทิมั่ม เฮลท์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด
►บริษัท แอ็บโซลูท เวลเนส จำกัด
►บริษัท เดอะทัช กรุงเทพฯ จำกัด
►บริษัท รอยัล เอสเธติค กรุ๊ป จำกัด.
►บริษัท เอส.ยู ริช จำกัด
►บริษัท บีไลฟ์ เฮลท์แอนด์เวลเนส จำกัด
►บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา จำกัด
►บริษัท ดี วี เอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
►บริษัท บี.แอล.อินเตอร์มาร์ท จำกัด
►บริษัท พรเกษม กรุ๊ป จำกัด
►บริษัท เอสเธติก คอนซัลแทนท์ จำกัด
►บริษัท เอ็ม เอฟ เซอร์เจอรี่ เซ็นเตอร์ จำกัด
►บริษัท ซีที ลักชัวรี่ กรุ๊ป จำกัด
►บริษัท แสนดีมีเงิน จำกัด
►บริษัท เอสทีเอ็น แมเนจเมนท์ จำกัด
►บริษัท เอสเธติก คอนซัลแทนท์ จำกัด
►บริษัท เวอริตา ไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด
►บริษัท เฮลธี เทค จำกัด
►บริษัท เลมอนกราส สปา จำกัด
►บริษัท เลเซร่าคลีนิค จำกัด
►บริษัท สบายไทย จำกัด
►บริษัท ซีที ลักชัวรี่ กรุ๊ป จำกัด
►บริษัท เมอร์ซี่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จำกัด
►บริษัท เมอร์ซี่ พระราม 2 จำกัด
►บริษัท เฮอร์ทิจูด จำกัด
►บริษัท ริช พาติโน่ จำกัด
►บริษัท เจพีสกินแคร์ จำกัด
►Erawan Thai Massage/คุณจักรพันธ์  นาเตย
►บริษัท บีคัมเวลท์ จำกัด