Business Plus HRMสำหรับธุรกิจ PC BA PG

ธุรกิจที่ต้องมีการจำหน่ายปลีกสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรง ส่วนใหญ่ในปัจจุบันหนีไม่พ้นจะต้องกระจายพื้นที่ขายไปตามสาขา ห้างสรรพสินค้าหรือ เปิด SHOP ขึ้นเอง ซึ่งการวางขายก็จำเป็นต้องมีพนักงานช่วยขายในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น PC, BA หรือ PG เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มยอดขาย ซึ่งที่พบมากที่สุดคือ กิจการทางด้านแฟชั่นและเครื่องสำอาง ที่ต้องใช้ PC และ BA ซึ่งพนักงานเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายให้กิจการ สำหรับพนักงานประจำจุดขาย (PC) ถือว่าเป็นด้านหน้าในการพบลูกค้าอย่างใกล้ชิดที่สุด ซึ่งเป็นภาพลักษณะขององค์กรกระจายอยู่ทั่วไปโดยอาจจะมีสำนักงานใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของการทำงานเงินเดือน โดยรอรับข้อมูลบัตรตอกเวลาหรือข้อมูลเวลาทำงานจากพนักงาน เพื่อจัดการคิดเงินเดือน หักมาสาย ขาดงาน คิดค่าคอมมิชชั่น ค่าแรงจูงใจ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้มีปริมาณข้อมูลจำนวนมากแต่ต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่จำกัดเป็นอย่างมาก เพื่อออกเงินเดือนให้ทันตามรอบ

BUSINESS PLUS HRM

สุดยอดโปรแกรมเงินเดือนสำเร็จรูปสำหรับธุรกิจที่มี PC,BA และ PG ประจำ Shop หรือห้างสรรพสินค้า

 

     ธุรกิจที่ต้องมีการจำหน่ายปลีกสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรง ส่วนใหญ่ในปัจจุบันหนีไม่พ้นจะต้องกระจายพื้นที่ขายไปตามสาขา ห้างสรรพสินค้าหรือ เปิด SHOP ขึ้นเอง ซึ่งการวางขายก็จำเป็นต้องมีพนักงานช่วยขายในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น PC, BA หรือ PG เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มยอดขาย ซึ่งที่พบมากที่สุดคือ กิจการทางด้านแฟชั่นและเครื่องสำอาง ที่ต้องใช้ PC และ BA ซึ่งพนักงานเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายให้กิจการ สำหรับพนักงานประจำจุดขาย (PC) ถือว่าเป็นด้านหน้าในการพบลูกค้าอย่างใกล้ชิดที่สุด ซึ่งเป็นภาพลักษณะขององค์กรกระจายอยู่ทั่วไปโดยอาจจะมีสำนักงานใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของการทำงานเงินเดือน โดยรอรับข้อมูลบัตรตอกเวลาหรือข้อมูลเวลาทำงานจากพนักงาน เพื่อจัดการคิดเงินเดือน หักมาสาย ขาดงาน คิดค่าคอมมิชชั่น ค่าแรงจูงใจ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้มีปริมาณข้อมูลจำนวนมากแต่ต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่จำกัดเป็นอย่างมาก เพื่อออกเงินเดือนให้ทันตามรอบ

     ดังนั้นงาน HR จึงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญขององค์กร หากมีมาตรฐานการทำงานที่ดี มีระบบหรือเครื่องมือที่ใช้งานได้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจองค์กร ช่วยในการทำงานได้รวดเร็ว มีความถูกต้องแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการทุจริต ตรวจสอบได้ ควบคุมได้ วิเคราะห์ได้ทันเวลา ผลสัมฤทธิ์ที่ได้ คือ จะทำให้ประหยัดเวลาทำงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ประหยัดจำนวน บุคลากรและลดการขาดแคลนบุคลากร ลดค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นที่สิ้นเปลืองลงได้ และยังมีเวลาในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้องค์กรได้

     สำหรับ บริษัท อี–บิซิเนส พลัส จำกัด เราเป็นบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ทางด้านบัญชีและบริหารงานบุคคล มานานมากกว่า 30 ปี ระบบของเราจะช่วยให้การทำงานด้านนี้ มีความคล่องตัวและสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น พร้อมกับประมวลผลให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้มีข้อมูลที่แม่นยำไว้สำหรับประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับงานด้านบุคคลากร ซึ่งจากประสบการณ์ที่พบมา การคำนวณของประเภทธุรกิจประเภทนี้ต้องการที่จะนำข้อมูลพนักงานเข้ามาคำนวณที่สำนักงานใหญ่ โดยจะต้องนำข้อมูลเวลาทำงานของพนักงานแต่ละจุดเข้ามาคำนวณให้ง่ายและสะดวกมากที่สุด และทางฝ่ายบุคคลยังสามารถทำการคำนวณต้นทุนค่าแรง ไปเปรียบเทียบกับผลประกอบการในแต่ละเดือนที่เกิดขึ้น หรือการสรุปขาดลา มาสาย ประจำปี ของพนักงาน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ในการให้ผลตอบแทนกับพนักงานประจำปี

     การพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพัฒนาควบคู่กันกับการพัฒนาในด้านอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ภายในองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานด้านการบริหารงานบุคคลกันมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานแล้ว ยังช่วยให้การทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพและลดระยะเวลาการทำงานให้น้อยลง เพื่อจะได้มีเวลาไปพัฒนาในส่วนอื่นๆ ได้เพิ่มมากขึ้นโดยระบบที่จะนำมาช่วยงานในด้านของการงานบริหารงานบุคคลได้ดีนั้น จะต้องเป็นระบบที่มีความถูกต้อง แม่นยำ น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด

 

คุณสมบัติเด่นของ BUSINESS PLUS HRM สำหรับธุรกิจที่มี PC,BA และ PG ประจำ Shop หรือห้างสรรพสินค้า

 

1.  รองรับการสร้างผังองค์กรได้ตามลักษณะของสาขา แผนก หรือ แผนกย่อย ได้เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลของพนักงานตามสาขาได้ถูกต้อง และครบถ้วน

2.  สำหรับสาขาหรือตาม Shop ที่ไม่มีเครื่องบันทึกเวลา โปรแกรมลดงานฝ่ายบุคคลที่สำนักงาน โดยรองรับการบันทึกเงินเพิ่มเงินหักของพนักงานใน กลุ่มงานปฏิบัติการแยกตามสาขาในรูปแบบไฟล์ Excel โดยผู้จัดการตาม Shop สามารถบันทึกข้อมูลพนักงานและส่ง E-mail กลับมายังสำนักงาน เพื่อให้ฝ่ายบุคคลสามารถอ่านข้อมูลเงินเพิ่มเงินหักจากไฟล์ Excel เข้าสู่โปรแกรมได้ทันที ซึ่งสามารถช่วยลดงานซ้ำซ้อน

3. โปรแกรมสามารถคำนวณค่าแรง และเงินเพิ่มเงินหักต่างๆ ของพนักงาน โดยแยกเป็นค่าใช้จ่ายของแต่ละสาขาที่พนักงานไปทำงาน เพื่อนำไปใช้สำหรับงานบัญชีต้นทุนของโครงการ

4. สามารถกำหนดสูตรการคำนวณเงินได้พิเศษของพนักงานที่ตรงกับเงื่อนไขของธุรกิจ PC ได้ เช่น ค่าแทน, ค่านั่งเครื่อง เป็นต้น

5. โปรแกรมสามารถรองรับการคำนวณค่าแรงของพนักงานโดยการคำนวณจะขึ้นอยู่กับสาขาหรือ Shop ที่พนักงานไปทำงานได้

6. สามารถพิมพ์รายงานสรุปยอดเงินเดือนพนักงานตามแผนกสังกัด โดยแยกชุดรายเดือน และรายวัน เพื่อใช้สำหรับจ่ายค่าแรงให้กับพนักงานได้

ส่วนงานของกิจการประเภทธุรกิจ PC

     กิจการประเภทธุรกิจ PC เป็นธุรกิจที่มีการเปิดร้านหรือสาขา (Shop) กระจายอยู่ตามห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ต่างๆ โดยมีพนักงานของบริษัทไปประจำทำงานในแต่ละร้านหรือสาขา เพื่อจำหน่ายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท เช่น กิจการจำหน่ายเสื้อผ้า, รองเท้า, กระเป๋า, เครื่องประดับ เป็นต้น

ประเภทธุรกิจ PC แบ่งพนักงานในองค์กรเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

1.  พนักงานที่ทำงานประจำอยู่ในสำนักงาน รับผิดชอบงานในส่วนของการบริหาร และงานสำนักงาน

2.  พนักงานที่ทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) ต่างๆ ของบริษัท รับผิดชอบในส่วนของการจำหน่ายสินค้า

ลักษณะเงื่อนไขของกิจการประเภทธุรกิจ PC

1. พนักงานในแผนกปฏิบัติการขาย (สาขา) จะทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) ที่บริษัทเปิดดำเนินการตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะมีการบันทึกเวลาทำงานเพียงเวลาเข้างาน และเวลาเลิกงานเท่านั้น โดยพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) จะมีการบันทึกเวลาเข้าออกงานหลายแบบดังนี้

  • บางกิจการ พนักงานจะบันทึกเวลาเข้างาน และออกงาน โดยบันทึกลงในใบลงเวลาทำงาน
  • บางกิจการ พนักงานจะบันทึกเวลาเข้างาน และเวลาออกงาน โดยเครื่องตอกบัตร
  • บางกิจการ พนักงานจะบันทึกเวลาเข้างาน และออกงาน โดยเครื่องสแกนลายนิ้วมือ
* กรณีพนักงานไม่ได้บันทึกเวลาเข้าออกงาน โดยเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่เชื่อมต่อกับระบบ Lan ที่สำนักงานใหญ่ ผู้จัดการแต่ละสาขา (Shop) จะส่งข้อมูลเวลาเข้าอออกของพนักงานที่ทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) ให้ฝ่ายบุคคลที่สำนักงานใหญ่เพื่อคำนวณเงินเดือน
2. ผู้จัดการแต่ละสาขา (Shop) จะส่งข้อมูลการลา และข้อมูลอนุมัติค่าล่วงเวลาของพนักงานมาให้ฝ่ายบุคคลบันทึกเข้าโปรแกรมเพื่อคำนวณเงินเดือน
3. เงินได้ของพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop)
   3.1 ค่าพื้นที่ บริษัทจะจ่ายค่าพื้นที่ให้กับพนักงานรายเดือนในส่วนพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) เท่ากันทุกเดือน แต่จะจ่ายให้พนักงานแต่ละสาขาไม่เท่ากัน เช่น ถ้าทำงานที่สาขาชิดลม จะได้ค่าพื้นที่ 1,500 บาท, ทำงานที่สาขาแจ้งวัฒนะจะได้ค่าพื้นที่ 500 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อตกลงว่าบริษัทจะให้เท่าไร และถ้าพนักงานเริ่มงานหรือลาออกระหว่างเดือน บริษัทจะเฉลี่ยค่าพื้นที่เป็นต่อวัน โดยหารด้วย 30 วัน และจ่ายให้พนักงานตามจำนวนวันที่ทำงานในเดือนนั้น
   3.2 ค่าเดินทาง บริษัทจะจ่ายค่าเดินทางให้กับพนักงานปฏิบัติการขายรายเดือนที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) เท่ากันทุกเดือน แต่จะจ่ายให้พนักงานที่ทำงานในแต่ละสาขาไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อตกลงว่าบริษัทจะจ่ายให้เท่าไร เช่น ถ้าทำงานที่สาขาชิดลมจะได้ค่าเดินทาง 1,500 บาท, ทำงานที่สาขาแจ้งวัฒนะจะได้ค่าเดินทาง 500 บาท เป็นต้น แต่ถ้าพนักงานเริ่มงานหรือลาออกระหว่างเดือนบริษัทจะเฉลี่ยค่าเดินทางเป็นต่อวัน โดยหารด้วย 30 วันและจ่ายให้พนักงานตามจำนวนวันที่ทำงานในเดือนนั้น
   3.3 ค่าชำนาญการบริษัทจะจ่ายค่าชำนาญการให้กับพนักงานตำแหน่งหัวหน้าอาวุโสที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) เท่ากันทุกเดือน แต่จะจ่ายให้พนักงานในแต่ละสาขาไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อตกลงว่าจะบริษัทจะจ่ายให้เท่าไร เช่น ถ้าทำงานที่สาขาแจ้งวัฒนะได้ค่าชำนาญการ 1,000 บาท, ทำงานที่สาขาชิดลม ได้ค่าชำนาญการ 500 บาท เป็นต้น
   3.4 ค่าอาหาร บริษัทจะจ่ายค่าอาหารให้กับพนักงานแคชเชียร์ที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) เป็นอัตราต่อวันเฉพาะวันที่มาทำงานเท่านั้น โดยจ่ายให้พนักงานที่ทำงานในแต่ละสาขาไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อตกลงว่าจะบริษัทจะจ่ายให้เท่าไร เช่น ถ้าทำงานที่สาขาชิดลม จะได้ค่าอาหารวันละ 25 บาท, ทำงานที่สาขาแจ้งวัฒนะ จะได้ค่าอาหารวันละ 30 บาท เป็นต้น
   3.5 ค่าตำแหน่งแคชเชียร์ จ่ายเป็นอัตราประจำให้กับพนักงานแคชเชียร์ที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) กรณีที่ลาหรือขาดงาน ก็จะหักออกตามค่าตำแหน่งต่อวัน
   3.6 เงินพิเศษจากยอดขาย (ค่า Incentive, ค่าคอมมิชชั่น, ค่าเชียร์สินค้าและค่าเป้า) บริษัทจะจ่ายเงินพิเศษจากยอดขายให้กับพนักงานทุกคนที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) นั้นๆ เมื่อสาขา (Shop) นั้นๆ มียอดขายตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยจะทำการคำนวณเงินพิเศษจากยอดขายไว้ในไฟล์ Excel โดยมีการจ่ายค่าคอมมิชชั่น มี 3 รูปแบบดังนี้
  • ค่าคอมชิ้นงาน จ่ายตามอัตรา % จะใช้สำหรับกรณีที่สินค้าขายยากซึ่งจะจ่ายค่าคอมตามสินค้าแต่ละชิ้น เช่น ให้ค่าคอมชิ้นละ 10% เป็นต้น
  • ค่าคอมตามยอดขาย จ่ายเป็นอัตรา % ตัวอย่างเช่น บริษัทตั้งเป้าว่าต้องทำยอดขายให้ได้ 100,000 บาท/เดือน โดยจ่ายคอมมิชชั่น ตามขั้น ดังนี้ 10,000-50,000 ให้ 3% / 50,001-70,000 ให้ 5% / 70,001-100,000 ให้ 8% และถ้าได้ยอดเกินเป้าที่ตั้งไว้ จะได้ค่าเป้าเพิ่มอีก
   3.7 ค่าแทน บริษัทจะจ่ายค่าแทนให้กับพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) โดยจะเป็นกรณีที่ไปทำงานแทนสาขาอื่น ซึ่งจะจ่ายตามอัตราค่าแรงต่อสาขาและตำแหน่งงานที่จะไปทำในสาขานั้นๆ กรณีทำแทนต่างสาขา มี 2 กรณี ดังนี้
  • แทนชั่วคราว กรณีพนักงานในสาขาที่ถูกแทนมีการลาระยะหนึ่ง เช่น ลาคลอด, ลาทหาร เป็นต้น
  • แทนถาวร ในกรณีที่พนักงานลาออก หรือ ย้ายไปที่สาขาใหม่
   3.8 ค่าแรงเหมา (Extra Job) กรณีพนักงานมาทำงานในวันหยุดและต้องการทำงานพิเศษ จะต้องทำต่างสาขา โดยให้ค่าแรงเหมา (Extra Job) โดยจ่ายตามอัตราค่าแรงต่อสาขาและตำแหน่งงานที่จะไปทำในสาขานั้นๆ
4. กะการทำงานวันปกติของพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop)
   4.1 กะทำงานวันปกติของพนักงานประจำทั้งรายเดือนและรายวันมีหลายช่วงเวลา โดยกะแรกจะเริ่มจากเวลา 05.00 น. – 14.00 น. และกะถัดไปจะห่างกัน 15 นาที และกะสุดท้ายจะเริ่มเวลา 13.30 น. – 22.30 น. โดยมีเงื่อนไขของข้อตกลงเงินเพิ่มเงินหักของแต่ละกะทำงานดังนี้
  • ไม่มาทำงาน เก็บสถิติขาดงาน 8 ชม. และหักเงิน
  • ไม่บันทึกเวลาเข้า เก็บสถิติไม่บันทึกเวลาเข้า แต่ไม่หักเงิน
  • ไม่บันทึกเวลาออก เก็บสถิติไม่บันทึกเวลาออก แต่ไม่หักเงิน
  • มาสายไม่เกิน 30 นาที เก็บสถิติมาสายเป็นหน่วยชั่วโมงตามจริง แต่ไม่หักเงิน
  • มาสายเกิน 30 นาที เก็บสถิติมาสายเป็นหน่วยชั่วโมงตามจริง และหักเงิน
  • มาสายตั้งแต่เวลาพักเป็นต้นไป เก็บสถิติขาดงานเป็นหน่วยชั่วโมง และหักเงิน
  • กลับก่อนเวลา เก็บสถิติกลับก่อนเวลาเป็นหน่วยชั่วโมงตามจริง และหักเงิน
  • ทำล่วงเวลาหลังเลิกงาน บริษัทจะจ่ายค่าล่วงเวลา 1.5 เท่า ตามจริง โดยต้องผ่านการอนุมัติก่อน
   4.2 กะทำงานวันปกติของพนักงาน Part time จะเหมือนกับกะทำงานของพนักงานประจำ แต่มีเงื่อนไขของข้อตกลงเงินเพิ่มเงินหักของแต่ละกะทำงานดังนี้
  • ไม่มาทำงาน ตัดจำนวนวันทำงาน โดยไม่เก็บสถิติขาดงาน
  • ไม่บันทึกเวลาเข้า เก็บสถิติไม่บันทึกเวลาเข้า แต่ไม่หักเงิน
  • ไม่บันทึกเวลาออก เก็บสถิติไม่บันทึกเวลาออก แต่ไม่หักเงิน
  • มาสาย เก็บสถิติมาสายเป็นหน่วยชั่วโมงตามจริง แต่ไม่หักเงิน
  • กลับก่อนเวลา เก็บสถิติกลับก่อนเวลาเป็นหน่วยชั่วโมงตามจริง และหักเงิน
  • ทำล่วงเวลาหลังเลิกงาน บริษัทจะจ่ายค่าล่วงเวลา 1.5 เท่า ตามจริง โดยต้องผ่านการอนุมัติก่อน
5. กะการทำงานวันหยุดประจำสัปดาห์ของพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop)
   5.1 กะทำงานวันหยุดประจำสัปดาห์ของพนักงานรายเดือน จะเหมือนกับกะทำงานของวันปกติ โดยมีเงื่อนไขของข้อตกลงเงินเพิ่มของแต่ละกะทำงาน ดังนี้
  • ทำงานในช่วงเวลาทำงานปกติ บริษัทจ่ายค่าล่วงเวลา 1 เท่า ตามจริง โดยต้องผ่านการอนุมัติก่อน
  • ทำล่วงเวลาหลังเลิกงาน บริษัทจะจ่ายค่าล่วงเวลา 3 เท่า ตามจริง โดยต้องผ่านการอนุมัติก่อน
   5.2 กะทำงานวันหยุดประจำสัปดาห์ของพนักงานรายวัน จะเหมือนกับกะทำงานของวันปกติ โดยมีเงื่อนไขของข้อตกลงเงินเพิ่มของแต่ละกะทำงาน ดังนี้
  • ทำงานในช่วงเวลาทำงานปกติ บริษัทจ่ายค่าล่วงเวลา 2 เท่า ตามจริง โดยต้องผ่านการอนุมัติก่อน
  • ทำล่วงเวลาหลังเลิกงาน บริษัทจะจ่ายค่าล่วงเวลา 3 เท่า ตามจริง โดยต้องผ่านการอนุมัติก่อน
6. วันหยุดประจำสัปดาห์ พนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) แต่ละคนจะมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่คงที่และตายตัว เช่น ใน 1 สัปดาห์ อาจจะทำงานทั้ง 7 วันเลยก็ได้ แล้วอาจจะไปหยุดสัปดาห์ถัดไป 2 วัน ขึ้นอยู่กับงานและอัตรากำลังพลในแต่ละสาขาซึ่งผู้จัดการสาขา (Shop)ของแต่ละสาขาจะเป็นคนกำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์ของพนักงานเอง
7. วันหยุดประเพณี พนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) แต่ละคนจะมีวันหยุดประเพณีไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับผู้จัดการสาขา (Shop) แต่ละสาขาเป็นคนกำหนดวันหยุดประเพณี
8. บริษัทให้สิทธิวันลากับพนักงานทั้งรายเดือน และรายวันที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) ตามกฎหมายเหมือนกับธุรกิจทั่วไปโดยจะบันทึกการลาเป็นหน่วยวัน ยกเว้นลากิจและป่วย จะบันทึกเป็นหน่วยชั่วโมง
9. การตัดรอบการจ่ายเงินเดือน เป็นแบบจ่ายเดือนละครั้ง แต่การตัดรอบการจ่ายเงินระหว่างพนักงานที่ทำงานในสำนักงาน และพนักงานที่ทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) จะแตกต่างกันคือ
  • ตัดรอบตั้งแต่ วันที่ 1 – 31 และจ่ายเงินสิ้นเดือน (สำหรับพนักงานที่ทำงานประจำที่สำนักงาน)
  • ตัดรอบตั้งแต่ วันที่ 21 – 20 และจ่ายเงินทุกวันที่ 25 ของเดือน (สำหรับพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop))
10. ค่าแรง, เงินได้ต่างๆ, เงินหักต่างๆ, ภาษี และประกันสังคม ของพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) จะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของแผนกและสาขาที่พนักงานสังกัดเท่านั้น
11. การคำนวณ, ยื่นภาษี และประกันสังคม บริษัทจะหักภาษี และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) ต่างๆ และยื่นรวมทั้งบริษัท โดยมีเงื่อนไขดังนี้
  • เงินเพิ่มเงินหักที่เป็นฐานในการคำนวณเงินหักประกันสังคม ได้แก่ เงินเดือน/ค่าแรง, ค่าพื้นที่, ค่าเดินทาง, ค่าชำนาญการ, หักขาดงานและหักลาทุกประเภท
  • เงินเพิ่มเงินหักที่เป็นฐานในการคำนวณภาษี ได้แก่ เงินเดือน/ค่าแรง, เงินได้อื่นทุกประเภท, หักขาดงาน, หักลาทุกประเภท, หักมาสาย, หักกลับก่อนเวลา
12. ต้องการรายงานที่แสดงค่าแรงของพนักงาน โดยสามารถแสดงค่าแรงของพนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือสาขา (Shop) ต่างๆ ได้