ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อต้องห้าม

1. หลักการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

กิจการที่เสีย VAT : ม.77/2

  1. ขายสินค้าในราชอาณาจักรโดยผู้ประกอบการ
  2. ให้บริการในราชอาณาจักรโดยผู้ประกอบการ
  3. นำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า

กิจการที่ไม่อยู่ในบังตับต้องเสีย VAT (OUT OF SCOPE) : ม. 77 /3

  1. กิจการที่อยู่ในบังดับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  2. กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ
  3. กิจการนอกเหนือจาก ม.77/2

กิจการที่ยกเว้น VAT : ม.81

  1. การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออกและการให้บริการบางกรณี
  2. การนำเข้าสินค้าบางกรณี

ผู้มีหน้าที่เสีย VAT: : ม.82, ม.82/1

  1. ผู้ประกอบการ : ม.82(1) 
    • บุคคลซึ่งซายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ......ม.77 / 1 (5)
  2. ผู้นำเข้า: ม.82(2)
  3. บุคคลที่กฎหมายกำหนด: ม.82/1
    • เช่น ตัวแทนของผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร

NOTE! ม. 82/4

2. จุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax point)

  • ความรับผิดสำหรับการขายสินค้า
    • มาตรา 78 (1)(2)(3)(4) หรือ (5)
    • มาตรา 78/3 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 189
  • ความรับผิดสำหรับการให้บริการ
    •  มาตรา 78/1 (1)(2)(3) หรือ (4)
    • มาตรา 78/3 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 189
  • ความรับผิดสำหรับการนำเข้า
    • มาตรา 78/2
Tax point การขายสินค้า

กิจกรรม VAT

ความรับผิดในการเสีย VAT
  • ขายเสร็จเด็ดขาด, สัญญาจะขาย
  • เช่าซื้อ/ขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อ
  • การฝากขายที่เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งประกาศอธิบดี (ฉบับที่ 8)
  • การส่งออก
  • การขายกระแสไฟฟ้า น้ำ ประปาสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง
  • การขายสินค้าด้วยเครื่องอัตโนมัติ
  • กรณีจำหน่าย จ่าย โอนสินค้าโดยไม่ค่าตอบแทน
  • กรณีนำสินค้าไปใช่ในกิจการอื่น
  • กรณีมีสินค้า/ทรัพย์สินในวันเลิกกิจการหรือขอถอนหรือถูกเพิกถอนทะเบียน
  • กรณีสินค้าขาดจากรายงาน
  • กรณีรับโอนกรรมสิทธิ์สินค้าที่เคยเสีย VAT อัตรา 0 %
  • เมื่อมีการส่งมอบสินค้า เว้นแต่ ได้โอนกรรม สิทธิ์ /รับชำระราดา / ออกใบกำกับภาษีก่อนการส่งมอบ
  • ตามงวดที่ถึงกำหนดชำระ เว้นแต่ได้รับชำระราคา /ออกใบกำกับภาษีก่อนถึงกำหนดชำระระราดาแต่ละงวด
  • เมื่อตัวแทนส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า เว้นแต่
    • ตัวแทนโอนกรรมสิทธิ์ / รับชำระราคา / ออกใบกำกับภาษีก่อนส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า
    • ตัวแทนนำสินค้าไปใช้
  • เมื่อมีการผ่านพิธีการทางศุลกากร
  • เมื่อรับชำระราคา เว้นแต่มีการออกใบกำกับภาษีก่อนรับชำระราคา
  • เมื่อนำเงินออกจากเครื่องอัตโนมัติ
  • เมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่มีการโอนกรรมสิทธิ์ก่อนส่งมอบสินค้า
  • เมื่อนำไปใช้
  • เมื่อเลิกกิจการหรือเมื่อขอกอนหรือถูกเพิกถอนทะเบียนแล้วแต่กรณี
  • เมื่อตรวจพบ
  • เมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า

 

Tax point การให้บริการ

กิจกรรม VAT

ความรับผิดในการเสีย VAT
  • การให้บริการโดยมีค่าตอบแทน
  • การให้บริการโดยไม่มีค่าตอบแทน
  • การให้บริการที่กระทำในต่างประเทศและใช้บริการนั้นในประเทศไทย
  • การให้บริการด้วยเครื่องอัตโนมัติ
  • การรับชำระด่าบริการด้วยบัตรเครดิต
  • กรณีรับโอนสิทธิในบริการที่เคยเสีย VAT อัตรา 0 %
  • เมื่อรับชำระราคา เว้นแต่มีการออกใบกำกับภาษีก่อนรับชำระราคา
  • เมื่อมีการใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคลอื่น เว้นแต่มีการออกใบกำกับภาษีก่อนใช้ฯ
  • เมื่อชำระราคาค่าบริการ (ผู้จ่ายเงินต้องนำส่ง VAT 7% โดยยื่นแบบ ก.พ.36 ตามมาตรา 83/6 (2))
  • เมื่อนำเงินออกจากเครื่อง
  • เมื่อมีการออกหลักฐานการใช้บัตรเครดิต
  • เมื่อชำระค่าบริการ

 

Tax point การนำเข้า

กิจกรรม VAT

ความรับผิดในการเสีย VAT
  • การนำเข้าสินค้าทุกกรณี
  • กรณีผิดเงื่อนไขเกี่ยวกับสินด้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในกาดว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า
  • เมื่อมีการผ่านพิธีการทางศุลกากร
  • เกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร

 

3. หลักเกณฑ์การออกใบกำกับภาษี

หลักเกณฑ์ทั่วไป

  • ออกเป็นรายกิจกรรม
  • ออกเป็นรายสถานประกอบการ

กำหนดเวลาในการออก

  • ผู้ประกอบการจดทะเบียน หรือผู้ที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียน ต้องจัดทำใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 และสำเนาใบกำกับภาษี สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการทุกครั้ง โดยต้องจัดทำทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลด่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

สำเนาใบกำกับภาษี

  • ให้เก็บรักษาไว้ ณ สถานประกอบการที่ออกใบกำกับภาษี เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี (ก.พ.30) หรือวันทำรายงานภาษีขายแล้วแต่กรณี (มาตรา 86)

ผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษี

  • ผู้ประกอบการจดทะเบียน
  • ผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นการชั่วคราว
  • ตัวแทนในราชอาณาจักรของผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร
  • ตัวแทนในราชอาณาจักรของผู้ประกอบการ ที่อยู่ในราชอาณาจักรที่รับฝากขายสินค้า
  • ผู้ขายทอดตลาดที่ไม่ใช่ส่วนราชการ ซึ่งได้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียน
  • ประกอบการจดทะเบียนที่เลิกประกอบกิจการแล้ว แต่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร ให้ออกใบกำกับภาษีเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะหยุดประกอบกิจการ

ชนิดของใบกำกับภาษี

  • ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (มาตรา 86/4)
  • ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (มาตรา 86/6)
  • ใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ออกโดยเครื่องบันทึกการเก็บเงิน (มาตรา 86/6 วรรคห้า)
  • ใบเพิ่มหนี้ (มาตรา 86/9)
  • ใบลดหนี้ (มาตรา 86/10)
  • ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีมูลดำเพิ่มที่ส่วนราชการเป็นผู้ออก (มาตรา 86/14)

4. กรณีที่ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี ม.86/8 + ประกาศ VAT #154

กิจการรายย่อย

  • ไม่เคยมีมูลค่าของฐานภาษีในเดือนใดถึง 300,000 บาท
  • มีสถานประกอบการแต่ละแห่งเป็นรถเข็น แผงลอย หรือหน่วยขายที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน
  • ให้บริการทางพิเศษ/ทางหลวงส้มปทาน/บริการสนามบิน

ข้อสังเกต:

  • ขายสินค้า/ให้บริการที่มีมูลค่าครั้งหนึ่งไม่เกิน 1,000 บาท เว้นแต่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจะเรียกร้องใบกำกับภาษี
  • จัดทำใบกำกับภาษีอย่างย่องรวบรวมการขายสินค้า/ ให้บริการที่มีมูลด่าครั้งหนึ่งไม่เกิน 1,000 บาท ในหนึ่งวันทำการเพื่อเป็นเอกสารประกอบการลงรายการในรายงานภาษีขาย

กรณีที่ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี ป.86/2542

  • กรณีจำหน่าย จ่าย โอนสินด้าโดยไม่มีค่าตอบแทน และไม่เรียกเก็บ VATจากผู้ซื้อสินค้า
  • กรณีนำสินค้าไปไซในกิจการที่ไม่ต้องเสีย VAT
  • กรณีนำรถยนต์นั่งหรือรกยนตโดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ไปใช้เป็นทรัพย์สิน
  • กรณีนำสินค้าที่มีไว้เพื่อขายไปใช้กับรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน
  • กรณีมีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ
  • กรณีมีสินค้าคงเหลือ และหรือทรัพย์สินที่มีไว้ในการประกอบกิจการที่ต้องเสีย VAT หรือทั้งกรณีที่ต้องเสีย VAT และที่ไม่ต้องเสีย VAT ณ วันเลิกประกอบกิจการหรือ ณ วันที่ได้รับคำสั่งถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • กรณีให้บริการไม่มีค่าตอบแทน และไม่เรียกเก็บ VAT จากผู้รับบริการ
  • กรณีนำบริการไปไซในกิจการที่ไม่ต้องเสีย VAT
  • *กรณีนำบริการ และหรือนำสินค้าไปใช้เพื่อการรับรอง หรือเพื่อการอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน
  • กรณีนำบริการหรือสินค้าที่มีไว้เพื่อขายไปใช้กับรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน 
  • กรณีการให้บริการที่ไม่นับรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี

5. ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป: ม.86/4

  • รายการสาระสำคัญ: ม.86/4(1)-(8)
    1. คำว่า "ใบกำกับภาษี"
    2. ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียกาษี (ผู้ขายสินค้า/ ผู้ให้บริการ)
    3. ชื่อ ที่อยู่ (ผู้ซื้อสินค้า/ ผู้รับบริการ)
    4. หมายเลขลำดับ (running No.)
    5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า/ บริการ
    6. จำนวนภาษีมูลด่าเพิ่ม (แยกออกจากมูลค่าของสินค้า/ บริการ)
    7. วัน เดือน ปีที่ออกใบกำกับภาษี
    8. ข้อความที่อธิบดีกำหนด: ประกาศ VAT# 39
  • ป.86/2542 ข้อ 4,8,9
  • ข้อความที่อธิบดีกำหนด: ม.86/4(8)
  • ประกาศ VAT# 39 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ VAT# 199*
    • คำว่า "เอกสารออกเป็นชุด"
    • คำว่า "สาขาที่ออกใบกำกับภาษีคือ"
    • เลขทะเบียนรถยนต์
    • อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย
    • ราคาชายทองรูปพรรณ กับราดาซื้อคืนทองรูปพรรณ
    • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อสินค้า/ ผู้รับบริการ
    • สถานประกอบการของผู้ขายสินค้า / ผู้ให้บริการ
    • สถานประกอบการของผู้ซื้อสินค้า / ผู้รับบริการ
  • ชื่อผู้ประกอบการ หรือซื่อสถานประกอบการ หรือซื่อการค้าของสถานประกอบการตามที่ได้จดทะเบียนกาษีมูลด่าเพิ่ม
  • กรณีระบุชื่อ ที่อยู่ไม่ถูกต้องครบกัวนตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • กรณีไม่สามารกระบุรายการสินค้าหรือบริการทั้งหมดในใบกำกับภาษี 1 แผ่น
  • มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง
  • จำนวนภาษีมูลด่าเพิ่มมีเศษเป็นจุดทศนิยม: การเสียกาษีและการเครดิต
  • จัดทำเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ แต่ต้องจัดทำเป็นหน่วยเงินตราไทย 

6. ใบกำกับภาษีแบบย่อ: ม.86/6

  • กิจการค้าปลีก: ประกาศ VAT# 32
    • ชายให้แก่ผู้บริโกดโดยตรง มิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อไปเช่น แผงลอย ขายของซ้ำ ขายยา จำหน่ายน้ำมันห้างสรรพสินค้า
  • บริการรายย่อยแก่บุดดลจำนวนมาก เช่น ภัตตาคาร กิจการโรงแรม กิจการซ่อมแซมทุกชนิด โรงภาพยนตร์
  • ใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    1. คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นซัด
    2. ชื่อ หรือชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี
    3. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามี
    4. ชื่อ ซนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
    5. ราดาสินค้าหรือราดาด่าบริการ โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
    6. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
    7. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

ข้อสังเกต

  • ชื่อ หรือชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ผู้ชายสินค้า/ผู้ให้บริการ)
  • ราคาสินค้า/ บริการระบุข้อความว่าได้รวมภาษีมูลด่าเพิ่มไว้แล้ว
  • ไม่จำต้องมีชื่อ ที่อยู่ (ผู้ซื้อสินค้า/ ผู้รับบริการ)
  • ชื่อ ชนิด หรือประเภทของสินค้า จะออกเป็นรหัสก็ได้โดยจะต้องแจ้งรหัสให้อธิบดีทราบล่วงหน้า
  • ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ให้ยื่นคำขออนุมัติ (ประกาศ VAT# 46)
  • ผู้ซื้อสินสำหรือผู้รับบริการเรียกร้อง/ต้องต้องจัดทำใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป

7. ใบเพิ่มหนี้: ภาษีขายมีจำนวนเพิ่มขึ้น : ม.86/9

  • ได้ออกใบกำกับภาษีซึ่งมีรายการตามม.86/4 หรือม.86/6 แล้ว
  • มีการเพิ่มราดาสินค้า/ ค่าบริการ เนื่องจากสิบด้า/ให้บริการเกินกว่าจำนวนที่ตกลง หรือคำนวณราคาผิดพลาดต่ำกว่าที่เป็นจริง
  • ภาษีซายที่เพิ่มขึ้นตามใบเพิ่มหนี้ ถือเป็นภาษีซายในเดือนภาษีที่ออกใบเพิ่มหนี้ และเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษีที่ได้รับใบเพิ่มหนี้

8. ใบลดหนี้: ภาษีขายมีจำนวนลดลง: ม.86/10

  • ได้ออกใบกำกับภาษีซึ่งมีรายการตามม.86/4 หรือม.86/6 แล้ว
  • ลดราคาสินค้า เนื่องจากสินค้าผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน/สินค้าชำรุดเสียหาย/ขาดจำนวน คำนวนวณราดาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง
  • ลดราคาค่าบริการ เนื่องจากให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน/ บริการขาดจำนวน คำนวณราดาด่าบริการผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง
  • รับคืนสินค้า เนื่องจากสินค้าชำรุดบกพร่อง/ ไม่ตรงถามตัวอย่าง/ไม่ตรงตามคำพรรณนา
  • จ่ายคืนเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจอง
  • คืนสินค้าหรือแลกเปลี่ยนสินค้าตามข้อตกลงทางการค้าบอกเลิกสัญญาบริการ เนื่องจากให้บริการบกพร่อง/ ผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน/ ไม่มีการให้บริการตามสัญญา
  • ภาษีขายที่ลดลงตามใบลดหนี้ ให้นำไปหักออกจากภาษีขายในเดือนภาษีที่ออกใบลดหนี้ หรือหักออกจากภาษีซื้อในเดือนภาษีที่ได้รับใบลดหนี้
  • ใบเพิ่มหนี้/ ใบลดหนี้: ป.80/2542

9. e-Tax Invoice : ความแตกต่าง

ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ระบบ e-Tax Invoice by Email
1. ไม่จำกัดรายได้ 1. มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
2. ใบกำกับภาษี/ใบเพิ่มหนี้/ใบลดหนี้และใบรับ 2. ใบกำกับภาษี/ใบเพิ่มหนี้/ใบลดหนี้
3. จัดทำข้อมูลอิเล็กทรอนิกสในรูปแบบ File XML หรืออิเล็กทรอนิกส์อื่น 3. จัดทำข้อมูลอิเล็กทรอนิกสในรูปแบบ File Word,Excel, PDF หรือ PDF/A-3
4. ใช่ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) และลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) 4. ใช่วิธีการประทับรับรองเวลา (Time Stamp) ฝ่านระบบ e-Tax Invoice by Email
5. นำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตามรูปแบบที่กำหนด 5. ข้อมูลที่ประทับรับรองเวลาแล้วจะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลกลาง

หมายเหตุ : ผู้ประกอบการสามารถใช้เพียงระบบใดระบบหนึ่งเท่านั้น

ที่มา : สรรพากรสาสน์ ปีที่ 54 ฉบับที่ 9 ประจำเดือนกันยายน 2560

10. ภาษีซื้อ (Input Tax) ม.77/1(18)

ภาษีซื้อ หมายถึงภาษีมูลด่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลด่าเพิ่มอื่นเนื่องจากการซื้อสินค้าหรือการรับบริการในราชอาณาจักร หรือภาษีมูลด่าเพิ่มเนื่องจากการนำเข้า หรือภาษีมูลด่าเพิ่มเนื่องจากได้รับโอนสินค้านำเข้าที่จำแนกประเกททไว้ในกาดว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร หรือเนื่องจากการนำส่งตามมาตรา 83/5 (การขายทอดตลาด) มาตรา 83/6 (การจ่ายเงินบางกรณีให้ผู้ประกอบการต่างประเทศ) และมาตรา 83/7 (การโอนสินค้าหรือบริการที่ได้อัตรา 0 บางกรณี)

การใช้ภาษีซื้อ

หลัก

  • ให้ใช้เป็นภาษีซื้อในเดือนภาษีที่ระบุในในกับภาษี (มาตรา 82/3)
  • ความรับผิดของผู้ชายอยู่วันใด ผู้ซื้อสามารกใช้ได้ในวันนั้น

ข้อยกเว้น

  • แต่สามารถใช้ได้ใน 6 เดือน ถัดมาโดยให้มีข้อความว่า "ถือเป็นภาษีซื้อในเดือน...."
  • ไม่ต้องพิสูจน์ว่าได้รับเมื่อไร

ถ้าได้รับหลังช่วง 6 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบกำกับภาษี ให้นำไปไซในเดือนที่ระบุในใบกำกับภาษีซื้อเท่านั้น ด้วยวิธียื่นเพิ่มเติม ตามม.83/4 ต้องขอคืนเป็นเงินสดเท่านั้น

ประกาศ VAT #4

ข้อ 1 ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการดำนวณภาษีในเดือนภาษีเพราะเหตุดังต่อไปนี้

  1. เหตุจำเป็นซึ่งเกิดขึ้นตามประเพณีทางการค้า
  2. เหตุสุดวิสัย
  3. ได้รับใบกำกับภาษีในเดือนภาษีอื่นที่มิใช่เดือนภาษีที่ระบุไว้ในใบกำกับภาษี

ข้อ 2 ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการดำนวณภาษีในเดือนภาษีเพราะมีเหตุจำเป็นตามข้อ 1 ให้มีสิทธินำไปหักในการดำนวกเภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี

การปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนระบุซ้อความว่า "ถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษี.." ไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว โดยซ้อความดังกล่าวจะตีพิมพ์ จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมผิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมีก พิมพ์ดีด หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วย วิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันก็ได้"

ภาษีซื้อต้องห้าม ม.82/5

  • ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษี ไม่เคยมีใบกำกับภาษี หรือเคยมีแต่สูญหายโดยไม่มีใบแทนฯ
  • เป็นภาษีซื้อตาม Tax Inv. แบบเต็มรูปที่มีข้อความไม่ดรบถ้วนสมบรณ์ ตามมาตรา 86/4
  • เป็นภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ได้แก่ ภาษีซื้อสำหรับรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ทวิ 65 ตรี
  • ภาษีสำหรับค่ารับรอง ตามมาตรา 65 ตรี (4)
  • ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย
  • ภาษีซื้อตามประกาศ VAT (ฉบับที่ 42)

ภาษีซื้อต้องห้ามที่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม

1. ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษี (มาตรา 82/5 (1)) ไม่เคยมีใบกำกับภาษี หรือเคยมีแต่สูญหายโดยไม่มีใบแทนฯ

2. เป็นภาษีซื้อตาม Tax Inv. แบบเต็มรูปไม่มีข้อความดรบก้วนสมมบูรณ์ ตามมาตรา86 / 4 (มาตรา 82/5 (2))

3. เป็นภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ได้แก่ ภาษีซื้อสำหรับรายจ่ายต้องห้าม (มาตรา 82/5 (3))

4. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิที่จะออกตาม กม.(มาตรา 82/5 (5))

*** ภาษีซื้อที่เครดิตได้ แต่ไม่นำไปใช้ ก็ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามด้วย *****

(มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ))

ภาษีซื้อต้องห้ามที่ถือเป็นรายจ่ายได้

มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ภาษีซื้อต้องห้ามที่ถือเป็นรายจ่ายในการดำนวณกำไรสุทธิได้ ได้แก่

  • ภาษีซื้อสำหรับค่ารับรอง
  • ภาษีซื้อต้องห้ามตามที่จะได้กำหนดโดย พรฎ. (ฉบับที่ 243) พ.ศ. 2534

ภาษีซื้อต้องห้ามตาม พรฎ. (ฉบับที่ 243) พ.ศ. 2534 ได้แก่ กาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (6) และตามประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีมูลด่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)

1. ภาษีซื้อสำหรับค่ารับรอง (มาตรา 82/5 (4))

2. ภาษีซื้อสำหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน รวมทั้งภาษีซื้อสำหรับสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวกับรถยนต์ดังกล่าว

3. ภาษีซื้อสำหรับรถยนต์ที่ไม่ใช่รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนซึ่งทำการดัดแปลงให้เป็นรกยนต์ที่ไม่ใช่รถยนต์นั่งหรือรกยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน

4. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ

5. ภาษีซื้อสำหรับทรัพย์สินหรือรายจ่ายที่ใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษี VAT

6. ภาษีซื้อจากการเฉลี่ยในส่วนที่เป็นของกิจการที่ไม่ต้องเสีย VAT

7. ภาษีซื้อสำหรับสินค้าหรือบริการที่ต้องใช้ในกิจการทั้งที่ต้องเสีย VAT และไม่ต้องเสีย VAT ซึ่งรายได้ในส่วนที่ต้องเสีย VAT ไม่น้อยกว่า 90% และผู้ประกอบการจดทะเบียนเลือกใช้สิทธิไม่เฉลี่ยภาษีซื้อ

8. ภาษีซื้อสำหรับการก่อสร้างอาดารหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในกิจการที่ต้องเสียVAT และต่อมาไม่เกิน 3 ปืนับแต่เดือนที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ได้ขายหรือให้เช่าหรือนำไปใช้ในกิจการที่ต้องเสีย VAT

9. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่รายการ "ใบกำกับภาษี" ไม่ได้ตีพิมพ์หรือจัดทำด้วยระบบคอมผิวเตอร์ กรณีจัดทำใบกำกับภาษีด้วยระบบบดอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ

10. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่รายการ "ซื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบกำกับภาษี" ไม่ได้ตีพิมพ์หรือจัดทำด้วยระบบดอมพิวเตอร์กรณีจัดทำใบกำกับภาษีด้วยระบบบดอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ

11. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่ใบกำกับภาษีไม่ใช่เอกสารฉบับแรก และรายการ "เอกสารออกเป็นชุด" ไม่ได้ตีพิมพ์หรือจัดทำด้วยระบบดอมพิวเตอร์กรณีจัดทำใบกำกับภาษีด้วยระบบบดอมผิวเตอร์ทั้งฉบับ

12. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปของสำนักใหญ่ที่สาขานำไปอออกโดยไม่มีรายการ "สาขาที่ออกใบกำกับภาษีคือ ..."

13. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปสำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรกยนต์ที่ออกโดยผู้ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน โดยไม่มีรายการ "เลขทะเบียนรถยนต์"

14. ภาษีซื้อตามสำเนาใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป เว้นแต่ใบกำกับภาษีที่ไม่ใช่เอกสารฉบับแรกซึ่งมีรายการ "เอกสารออกเป็นชุด"

15. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่รายการในใบกำกับภาษีได้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง เว้นแต่รายการดังต่อไปนี้

  1. การแก้ไขที่อยู่ของผู้ออกใบกำกับภาษี เนื่องจากทางราชการได้ประกาศเปลี่ยนแปลง เลขที่ ชื่อกนน หมู่บ้าน ตำบลหรือแขวง อำเภอหรือเขต หรือจังหวัดโดยลงลายมือชื่อกำกับการแก่ไข หรือประทับด้วยตรายางกายใน 1 ปี นับแต่วันที่ทางราชการประกาศเปลี่ยนแปลง
  2. การแก้ไขเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบกำกับภาษี โดยลงลายมือซื่อกำกับการแก้ไข หรือประทับด้วยตรายางกายใน 6 เดือน นับแต่วันที่กรมสรรพากรได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าวให้ไหม่

ที่มา กองกฎหมาย กรมสรรพากร

 

ภาษีซื้อต้องห้าม คือ ภาษีซื้อที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนVAT ไม่สามารถนำมาหักออก จากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มหรือนำมาขอคืนภาษีซื้อ [creditภาษีซื้อ] ซึ่งกฎหมายได้กำหนดลักษณะของภาษีซื้อต้องห้าม ไว้ในมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร สรุปได้ดังนี้

  1. ไม่มีใบกำกับภาษี หรือทำหาย
  2. กรณีใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ที่สรรพากรกำหนด
  3. ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ
  4. ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง
  5. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี
  6. อื่นๆ ภาษีซื้อตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)
ประเด็น

ห้ามขอคืนและห้ามเป็นค่าใช้จ่าย

❌❌

ห้ามขอคืนแต่เป็นค่าใช้จ่ายได้

❌✔

ขอคินได้/เครดิตได้

✔✔

1.ใบกำกับภาษี

1.1 ได้รับใบกำกับภาษีในเดือนภาษีอื่น แต่ไม่เกิน 6 เดือน ถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี

    ✔

1.2 ใบกำกับภาษีที่พิสูจน์ได้ว่าได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

    ✔

1.3 ใบเสร็จรับเงินศุลกากรระบุเดือนมกราคมได้รับในเดือนกุมภาพันธ์

    ✔

1.4 ใบกำกับภาษีเป็นชื่อบริษัทแต่ค่าใช้จ่ายในใบกำกับได้รวมของบริษัทในเครือ

✔    

1.5 ใบกำกับภาษี ไม่มีคำว่า "มหาชน"

    ✔

1.6 บริษัทเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่ได้รับใบกำกับภาษี เป็นชื่อเดิม

  ✔  

1.7 ใบกำกับภาษีค่าไฟฟ้า น้ำประปาเป็นชื่อของผู้ให้เช่า แต่ผู้เช่าเป็นผู้จ่าย

  ✔  

1.8 ใบกำกับภาษีใช้อักษรย่อ "Ltd."

    ✔

1.9 ใบกำกับภาษีมีรายการมากกว่ากฎหมายกำหนด

    ✔

1.10 คำว่า"ใบกำกับภาษี"ไม่ได้ตีพิมพ์ หรือไม่ได้จัดทำด้วย ระบบคอมพิวเตอร์

  ✔  

1.11 ใบกำกับภาษีเป็นเอกสาร ฉบับแรก แต่มีคำว่า "เอกสารออกเป็นชุด"

    ✔

1.12 ใบกำกับภาษีระบุสถานที่ก่อสร้าง

    ✔

1.13 ใบกำกับภาษีแก้ไขรายการราคาต่อหน่วย

    ✔

1.14 ใบกำกับภาษีระบุชื่อผู้ซื้อว่า "สด"

✔    

1.15 ใบกำกับภาษีไม่ระบุ คำว่า "แขวง"

    ✔

1.16 ใบกำกับภาษีระบุที่อยู่ผู้ซื้อ ไม่ถูกต้องจากเลขที่ 33/48 เป็น 33/45

  ✔  

1.17 ใบกำกับภาษีระบุชื่อผู้ซื้อว่า "ประเทศไทย"แต่ไประบุว่า"Thailand"

    ✔

1.18 พิมพ์แก้ไขเลขที่รหัสสาขา

    ✔

1.19 ใบกำกับภาษีตีพิมพ์จากโรงพิมพ์กรอกด้วยคอมพิวเตอร์แต่วันที่เขียนด้วยหมึก

    ✔

1:20 ไม่มีคำว่าภาษีมูลค่าเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์และ ไม่มีลายเซ็นต์ผู้มอบอำนาจ

    ✔

1.21 ใบกำกับภาษีที่ได้รับไม่เกิน 6 เดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ ออกใบกำกับภาษี

    ✔

1.22 ใบกำกับภาษีไม่ระบุ "เลขประจำตัวผู้เสียภาษี"

✔    
2.สวัสดิการพนักงาน

2.1 เครื่องแบบพนักงาน

    ✔

2.2 จัดให้มีอาหารเครื่องดื่มฟรี

    ✔

2.3 เลี้ยงปีใหม่พนักงานประจำปี

    ✔

2.4 ให้รางวัลแก่ลูกจ้างดีเด่น

    ✔

2.5 ค่าสมาชิกกอล์ฟ ของนิติบุคคล แต่ผู้บริหารนำไปเล่น

✔    

2.6 บริษัทจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ให้กับรถยนต์พนักงาน

✔    

2.7 พนักงานป่วยบริษัทซื้อกระเช้าไปเยี่ยมพนักงาน

✔    
2.8 ซื้อของขวัญให้แก่พนักงาน     ✔
3.ส่งเสริมการขาย

3.1 ค่าใช้จ่ายในการสาริตสินค้า เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร

    ✔

3.2 ซื้อกระเช้าของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้า

  ✔  

3.3 ได้รับเงินสนับสนุนสินค้าที่ซื้อมาจากบริษัทในเครือนำไปจ่าค่าใช้จ่ายต่างๆ

    ✔

3.4 นำสินค้ามาแลก หรือ แจกลูกค้า

    ✔

3.5 แจกตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าที่ขายตามเป้า

    ✔

3.6 นำรถยนต์นั่งมาเป็นรถยนต์สาธิต

  ✔  

3.7 ซื้อสินค้ามาแถมให้กับลูกค้า

    ✔

3.8 ค่าใช้จ่ายในการจัดประกวด ปรุงอาหาร

    ✔
4.รถยนต์ที่นั่ง

4.1 ประกอบกิจการให้เช่ารถยนต์นั่ง ภาษีซื้อที่เกิดจากรถยนต์นั่ง

    ✔

4.2 ซื้อรถยนต์กระบะ

    ✔

4.3 ค่าน้ำมันรถกระบะ

    ✔

4.4 ค่าทางด่วน/บัตรทางด่วนของรถยนต์นั่ง

  ✔  

4.5 ค่าเช่ารถตู้ที่มีที่นั่งเกิน 10 คน

    ✔

4.6 ค่าเช่ารถยนต์กระบะและสแปชแคป

    ✔
4.7 ค่าบัตรทางด่วน (expressway)   ✔  
5.ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและค่าใช้จ่ายอื่น

5.1 ค่าติดตั้งระบบงานสารารณูปโภค ซึ่งเป็นต้นทุนทางตรงของงานบริการ

    ✔

5.2 ค่าที่พัก อาหาร ของพนักงานที่บริษัทมอบหมายให้ไปปฏิบัติงานต่างจังหวัด

    ✔

5.3 ให้เช่าเฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ หลอดไฟเครื่องโทรศัพท์ เครื่องปรับอากาศลิฟต์ ทีวี ตู้เย็น เตียงนอน ไฟฟ้า ฯลฯ

    ✔

5.4 ค่าก่อสร้างอาคารให้เช่า

  ✔  

5.5 ค่าก่อสร้างอาคาร แล้วยกให้แก่ผู้ให้เช่าที่ดิน

  ✔  

5.6 การให้บริการเช่าเครื่องบินเหมาลำ

    ✔

5.7 เงินทดรองจ่ายแทนบริษัทในเครือ

✔    

5.8 ค่าธรรมเนียมการจำหน่ายหุ้น และค่าใช้จ่ายในการระดมทุน

    ✔

5.9 ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้าง สถานีบริการน้ำมัน

    ✔

5.10 ค่าก่อสร้างระบบบริการส่วนกลาง เช่นระบบไฟฟ้า ระบบรักษาความ-ปลอดภัย ระบบสุขาภิบาล ระบบปรับอากาศ

    ✔

5.11 ค่าก่อสร้างสนามกอล์ฟและอาคาร

    ✔

5.12 ค่าซื้อเนกไท ไวน์ เป็นค่าตอยแทนวิทยากร

    ✔

5.13 ค่าก่อสร้างอาคารจอดรถ แบบกำหนดที่และไม่ต้องเสียค่าเช่าที่จอดรถจัดให้รถจอดบนอาคารที่เช่า

  ✔  

5.14 ติดตั้งลิฟตีเพื่อใช้กับกิจการ ให้เช่าอพาร์ตเม้นต์ใช้ในกิจการยกเว้นภาษี-มูลค่าเพิ่ม

  ✔  
6.การนำเข้าและส่งออก

6.1 ภาษีซื้อจากการนำเข้าเครื่องจักรเมื่อผ่านพิธีการศุลกากร

    ✔

6.2 ภาษีซื้อจากการซื้อสินค้า เพื่อการส่งออก

    ✔

6.3 บริษัทในต่างประเทศได้ซื้อเครื่องจักรและได้นำเข้ามาให้บริษัทในไทยใช้ เมื่อจบโครงการจะต้องส่งเครื่องจักรคืน ภาษีซื้อ จากการนำเข้าเครื่องจักร

✔    

6.4 ใบเสร็จรับเงินศุลกากรระบุชื่อ เป็นผู้จ่ายเงินแต่ไม่ได้เป็นผู้นำเข้าเครื่องจักรมาใข้ในกิจการของตนเอง

✔    

ที่มา เพจ 101 BuncheeTax