การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ EOQ (Economic Order Quantity) หรือการคำนวณปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าคงเหลือได้เป็นอย่างดี เนื่องจากช่วยลดต้นทุนทั้งในการสั่งซื้อและการเก็บรักษาสินค้า โดย EOQ จะคำนวณให้ได้ปริมาณการสั่งซื้อที่ทำให้ต้นทุนรวมต่ำที่สุด ทั้งค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ซึ่งทำให้ธุรกิจมีสินค้าพร้อมสำหรับการผลิตและจำหน่ายอยู่เสมอ

ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด (EOQ)

EOQ คำนวณให้ได้ปริมาณการสั่งซื้อสินค้าที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละครั้ง เพื่อให้ต้นทุนรวมต่ำที่สุด โดยรวมถึงทั้งค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาและค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ

จุดสั่งซื้อสินค้า (Reorder Point)

การกำหนดจุดสั่งซื้อเมื่อสินค้าคงเหลือใกล้หมด เพื่อให้สามารถสั่งสินค้าใหม่ได้ทันเวลา และไม่เกิดการขาดแคลนสินค้าระหว่างการรอการจัดส่งสินค้าใหม่

สินค้าคงเหลือเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock)

การเก็บสินค้าคงเหลือเพื่อความปลอดภัยในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความไม่แน่นอนในการจัดส่งหรือกระบวนการผลิต

EOQ (Economic Order Quantity)

EOQ (Economic Order Quantity) เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการบริหารจัดการสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการสั่งซื้อและเก็บรักษา โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีการหมุนเวียนสินค้าหรือวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง เช่น:

  • ธุรกิจการผลิต (Manufacturing): เหมาะสำหรับโรงงานที่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบในการผลิต เพื่อให้การสั่งซื้อมีประสิทธิภาพ ลดการเก็บสินค้าคงเหลือมากเกินไปหรือไม่เพียงพอ
  • ธุรกิจค้าปลีก (Retail): ใช้ EOQ เพื่อสั่งสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า โดยไม่ทำให้สต็อกค้างหรือขาดสินค้า
  • ธุรกิจจัดจำหน่าย (Wholesale): ช่วยให้ผู้จัดจำหน่ายสามารถสั่งซื้อสินค้าในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาด ลดการเก็บสินค้ามากเกินไปและลดต้นทุนการจัดเก็บ
  • ธุรกิจที่มีความต้องการสม่ำเสมอ (Stable Demand): เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีการคาดการณ์ความต้องการของสินค้าอย่างแม่นยำ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

การใช้ EOQ ช่วยธุรกิจเหล่านี้ในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ และลดความเสี่ยงของการขาดแคลนสินค้าหรือการเก็บสต็อกมากเกินไป

ประโยชน์ที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ควรพลาด

1. ลดต้นทุนการสั่งซื้อและเก็บรักษา: EOQ ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อสามารถกำหนดปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสม ลดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อและการเก็บรักษาสินค้าคงเหลือ ไม่ต้องสั่งซื้อมากเกินไปหรือบ่อยเกินไป ทำให้การจัดการสินค้าคงเหลือมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. เพิ่มความแม่นยำในการสั่งซื้อ: ระบบ EOQ ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อสามารถกำหนดจุดสั่งซื้อที่ชัดเจน ลดความเสี่ยงในการสั่งสินค้ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป ส่งผลให้สต็อกไม่ล้นหรือไม่ขาด

3. ป้องกันการขาดแคลนสินค้า: การกำหนดสินค้าคงเหลือเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock) ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อมั่นใจได้ว่าสินค้าพร้อมสำหรับการผลิตหรือจำหน่ายเสมอ ไม่เกิดปัญหาการขาดสต็อกระหว่างการรอสินค้าล็อตใหม่

4. เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผน: ด้วยการคำนวณ EOQ ฝ่ายจัดซื้อสามารถวางแผนการสั่งซื้อได้ล่วงหน้า ทำให้มีการจัดการสต็อกที่ชัดเจนและรองรับความต้องการของธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

1. ลดต้นทุนรวมของธุรกิจ: EOQ ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานทั้งในด้านการสั่งซื้อและการเก็บรักษา ทำให้ธุรกิจมีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้นและมีทุนหมุนเวียนมากขึ้น

2. เพิ่มโอกาสในการทำกำไร: ด้วยการควบคุมสต็อกที่ดี ธุรกิจสามารถพร้อมสำหรับการผลิตและการจำหน่ายอยู่เสมอ ทำให้ไม่พลาดโอกาสในการขายและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

3. ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ: การจัดการสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงจากสินค้าล้นสต็อกที่อาจเสื่อมคุณภาพหรือสูญเสียมูลค่า นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการขาดสต็อกที่อาจทำให้ธุรกิจเสียโอกาสในการขาย

4. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน: ด้วยระบบ EOQ เจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบการสั่งซื้อและการจัดการสินค้าคงเหลือได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้การบริหารงานมีความเป็นระเบียบและแม่นยำยิ่งขึ้น

การควบคุมและบริหารสินค้าคงเหลือแบบระบบ EOQ

การควบคุมสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ควรพิจาณาหัวข้อดังนี้

1. ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด EOQ (Economic Order Quantity)

ปริมาณการสั่งซื้อสินค้าในแต่ละครั้งที่ทำให้ต้นทุนรวมต่ำที่สุด

2. จุดสั่งซื้อสินค้า (Reorder Point)

จุดที่สินค้าคงเหลือลดลงจนต้องสั่งซื้อสินค้าตาม EOQ ใหม่

3. สินค้าคงเหลือเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock)

ปริมาณสินค้าคงเหลือ เพื่อป้องกันสินค้าขาดการผลิต/จำหน่าย

 

การคำนวณ

กำหนดให้

Q = ปริมาณสินค้าที่สั่งซื้อแต่ละครั้ง

C = ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาต่อหน่วยต่อช่วงระยะเวลา

O = ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อสินค้าแต่ละครั้ง

S = ปริมาณสินค้าที่ต้องการในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

สูตรที่ 1 ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด

สูตรที่ 2 ต้นทุนรวมของการมีสินค้าคงเหลือ

ต้นทุนรวม ต้นทุนในการเก็บรักษา + ต้นทุนในการสั่งซื้อ

สูตรที่ 3 จำนวนครั้งที่สั่งซื้อ

สูตรที่ 4 ระยะเวลาที่ต้องสั่งซื้อต่อครั้ง

สูตรที่ 5 จุดสั่งซื้อ: จุดที่ต้องทำการสั่งซื้อสินค้าใหม่ที่ประหยัดที่สุด

**ช่วงระยะเวลาที่รอวัตถุดิบเรียกว่า Lead Time**

ตัวอย่าง บริษัท สีฟ้า จำกัด ต้องการสั่งซื้อวัตถุดิบตลอดช่วงเวลา 100 วัน จำนวน 10,000 หน่วย เสียค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ 200 บาท เสียค่าใช้จ่ายเก็บรักษา 1 บาทต่อหน่วยต่อ 100 วัน

จงหา

1. ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด

2. ต้นทุนรวมของการมีสินค้าคงเหลือ

3. จำนวนครั้งที่สั่งซื้อ

4. ระยะเวลาที่สั่งซื้อต่อครั้ง

5. ถ้าต้องเสียเวลาในการสั่งซื้อ 3 วัน บริษัท สีฟ้า จำกัด จะมีจุดสั่งซื้อเท่ากับกี่หน่วย

6. จากข้อ 5 ถ้า บริษัท สีฟ้า จำกัด ต้องเก็บสินค้าคงเหลือเพื่อความปลอดภัย 300 หน่วย

บริษัทฯ จะมีจุดสั่งซื้อเท่ากับกี่หน่วย

จากโจทย์กำหนดให้

S = 10,000 หน่วย

O = 200 บาทต่อครั้ง

C = 1 บาทต่อหน่วยต่อ 100 วัน

วิธีทำ 1. สูตร 1 ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด

วิธีทำ 2. สูตร 2 ต้นทุนรวมของการมีสินค้าคงเหลือ

วิธีทำ 3. สูตร 3 จำนวนครั้งที่สั่งซื้อ

วิธีทำ 4. สูตร 4 ระยะเวลาที่สั่งซื้อต่อครั้ง

วิธีทำ 5. สูตร 5 จุดสั่งซื้อ: ถ้าต้องเสียเวลาในการสั่งซื้อ 3 วัน

รูปที่ 1 แสดงจุดสั่งซื้อเมื่อต้องใช้เวลาในการสั่งซื้อ

หมายความว่า ถ้าสินค้าคงเหลือ เหลือ 300 หน่วย จะทำการสั่งซื้อสินค้าคงเหลือใหม่ทันทีโดยใช้เวลารอสินค้ามาส่ง 3 วัน ระหว่างนั้นจะให้วัตถุดิบ 300 หน่วยที่เหลือหมดพอดี

วิธีทำ 6. สูตร 5 จุดสั่งซื้อ: จากข้อ 5 ถ้า บริษัท สีฟ้า จำกัด ต้องเก็บสินค้าคงเหลือเพื่อความปลอดภัย 300 หน่วย

ที่มา courseware.npru.ac.th วิชาการเงินธุรกิจ (Business Finance)  

Bplus ERP ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการสั่งซื้อ ด้วยระบบ EOQ

ที่ทำให้คุณมั่นใจว่าสินค้าคงเหลือเพียงพอทุกครั้ง ไม่พลาดโอกาสในการขาย

ด้วยระบบ Bplus ERP คุณสามารถควบคุมและบริหารสินค้าคงเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำ EOQ มาใช้อย่างเป็นระบบ พร้อมการคำนวณอัตโนมัติ ลดความซับซ้อนของกระบวนการจัดการ เพียงคลิกเดียวก็สามารถวางแผนและจัดการสต็อกได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ลดต้นทุน ลดความผิดพลาดในการสั่งซื้อ และทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่พลาดโอกาสในการขาย และต้นทุนไม่จมอยู่กับการเก็บสต็อกที่มากเกินไปจากการสั่งซื้อที่ขาดการวางแผนอย่างเหมาะสม