Business Plus

โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน

     บทสัมภาษณ์ คุณพรพรรณ หิรัญเจริญ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล บจก. แพทย์ รัตตนิน ให้สัมภาษณ์การใช้งานระบบโปรแกรม Business Plus Payroll for Windows
 
 
 
 

โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน โรงพยาบาลจักษุแห่งแรกในประเทศไทย

 
     ปี 2507 ศาสตราจารย์นายแพทย์อุทัย รัตนินได้ก่อตั้งโรง พยาบาลจักษุรัตนินขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายต้องการให้ เป็นโรงพยาบาล เฉพาะทางเพื่อรักษาโรคตาและสภาวะ ผิดปกติ เกี่ยวกับดวงตาให้กับประชาชน เพราะเล็งเห็นว่า ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม ไทยต่อไปในอนาคต โรงพยาบาลจักษุ รัตนินจึงเป็น โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางตาแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้มาตรฐานระดับสากล มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการ นำและพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาด้านจักษุวิทยารูปแบบ ใหม่มาใช้ในการรักษาดวงตา
 
     โดยเมื่อเริ่มก่อตั้งปี 2507 ศาสตราจารย์นายแพทย์อุทัย ได้เป็นผู้บุกเบิกการผ่าตัดรักษาโรคจอประสาทตาและนำ Indirect Ophthalmoscope เข้ามาใช้เป็นคนแรกในประเทศไทย จากนั้นปี 2512 เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่นำ Ruby เลเซอร์มาใช้ในการรักษาโรคตา และภายในปีเดียวกันได้นำเสนอวิธีลอกต้อเนื้อ โดยปลูกเนื้อเยื่อทดแทนการใช้วิธีการลอกแบบเดิม ซึ่งลดโอกาสการงอกใหม่ของต้อเนื้อจากเดิม 40-50 % ให้เหลือเพียง 5-10 %เท่านั้น ต่อมาปี 2526 มีการใช้ Argon เลเซอร์รักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน ถัดมาในปี 2534 ได้นำวิธีการสลายต้อกระจกด้วยอุลตร้าซาวด์ หรือ เฟโค ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเข้ามาใช้เป็นโรงพยาบาลกลุ่มแรกจากนั้นอีกเพียงปี ีเดียวได้นำ Excimer เลเซอร์มาใช้ในการรักษาสายตาสั้น ยาว และเอียง ครั้นล่วงเข้าสู่ปี 2538 เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่ริเริ่มการ
 
     ฝังปะการังในเบ้าตา เพื่อให้ตาปลอมเคลื่อนไหวคล้ายธรรมชาติ และในปี 2542 ได้นำวิธีการใช้เลนส์เสริม ( Phakic Intraocular Lens)รักษาคนไข้ที่สายตาสั้นมากเกินกว่าจะทำเลสิคได้
 

 "ผลลัพธ์ที่ดี มาจากจุดเริ่มต้นที่ดี ผู้ก่อกำเนิด"

 

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 8 – 10 มีนาคม 2550
บทสัมภาษณ์ คุณศิริธร รัตนิน กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน
ร.พ.จักษุรัตนิน กว่า 40 ปี แห่งความภูมิใจของคนไทย

 
     หากเอ่ยชื่อ “ร.พ.จักษุ รัตนิน” เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อนี้ เนื่องเพราะด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน บวกกับความสามารถทางการแพทย์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความมุ่งมั่นด้านบริการ รวมถึงการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้โรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งนี้ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ติดหนึ่งในกลุ่ม ร.พ.ตา ที่ดีที่สุดในโลกขณะนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ถือว่าเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของ ร.พ. คือการได้ถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทผ่าตัดพระเนตรสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อปีที่ผ่านมานั่นเอง
 
     คุณ ศิริธร รัตนิน” กรรมการผู้จัดการ ร.พ.จักษุ รัตนิน ได้ย้อนรอยภูมิหลังแห่งความภาคภูมิใจให้ฟังว่า ร.พ.จักษุ รัตนิน ก่อตั้งโดย ศ.น.พ.อุทัย รัตนิน ผู้มีบทบาทเป็นที่ยอมรับในวงการจักษุแพทย์วิทยาของโลก และเป็นผู้บุกเบิกกรพัฒนาวิทยากรและเทคโนโลยีการรักษาตาของไทย ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยเป็นคนแรกของโลกที่ทำการค้นคว้าวิจัยลักษณะภายในของประสาทตาในภาวะปกติอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ต่อมาถูกนำมาใช้เป็นหลักวิชาพื้นฐานของจักษุวิทยาและเป็นบรรทัดฐานอ้างอิงของจักษุแพทย์ทั่วโลกถึงปัจจุบัน
 
     จุดกำเนิดของ ร.พ.จักษุ รัตนิน เริ่มต้นจากคลินิกตาใกล้วังบูรพา จากนั้นมาเป็น รัตนิน จักษุคลินิก ตั้งอยู่ในซอยอโศก สุขุมวิท 21 ในปี พ.ศ. 2507 ซึ่งเป็นห้องแถวขนาดย่อม มี 4 เตียง อีก 15 ปี ต่อมามีการขยายธุรกิจเป็นครั้งแรก โดยในปี 2522 ได้มีการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ขึ้นขนาด 6 ชั้น มีจำนวนเตียง 26 เตียง มีแผนกผู้ป่วยใน แผนกผู้ป่วยนอก และมีห้องผ่าตัดที่ถือว่ามีมาตรฐานสูงมากในขณะนั้น ทำให้ขยายเป็นโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน ในเวลาต่อมา ซึ่งถือว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้าน “ตา” แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย
 
     ด้วยความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ประกอบกับการค้นคว้าพัฒนาด้านเทคนิคการรักษาใหม่ๆ ทำให้ ร.พ.จักษุ รัตนิน ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั่วไป ส่งผลให้อีก 25 ปีต่อมา ได้มีการสร้างตึกใหม่และปรับเปลี่ยนอาคารเดิมในปี 2547 เป็นอาคาร 8 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 9,900 ตร.ม. โดยใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท (ร.พ.จักษุ รัตนิน ปัจจุบัน) เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาให้สอดรับกับเทคโนโลยีทางจักษุวิทยาที่ก้าวหน้า
 
     โดย ร.พ.มีห้องผ่าตัดที่ทันสมัยถึง 3 ห้อง พร้อมระบบ hepafilter สามารถกรองเชื้อโรคในอากาศได้ถึง 99.99 % และระบบ positive air pressure ระบบฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี นอกจากนี้ยังมีเครื่องเลเซอร์ประเภทต่างๆ ในการรักษาดวงตาอย่างครบถ้วน
 
      ในช่วงนี้นี่เองที่ น.พ.สรรพัฒน์ รัตนิน บุตรชาย ของ น.พ.อุทัย ผู้ซึ่งเดินตามรอยบิดาและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจอประสาทตาเช่นเดียวกัน ก้าวขึ้นมาบริหารธุรกิจอย่างเต็มตัว ในตำแหน่งประธานโรงพยาบาล เนื่องจาก น.พ.อุทัยได้ถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2535
 
     ปัจจุบัน ร.พ.จักษุ รัตนิน มีจักษุแพทย์ประจำ ทั้งจากประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และแคนาดา รวมกว่า 30 ท่าน มีจำนวนเตียงทั้งหมด 31 เตียง สามารถรองรับการรักษาโรคตา อาทิ ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ น้ำวุ้นและจอประสาทตา ม่านตาอักเสบ ประสาทจักษุวิทยา กระจกตา ศัลยกรรมตกแต่งด้านจักษุ สายตาเลือนราง กล้ามเนื้อตาและการฝึกกล้ามเนื้อตา ตาปลอม แว่นตาและคอนแทกต์เลนส์ และศูนย์ตาเด็ก โดยใช้เครื่องมือเฉพาะที่ออกแบบพิเศษเพื่อการตรวจดวงตาเด็ก
 
     นอกจากนี้ ร.พ.จักษุ รัตนิน ยังได้ลงทุนร่วมกับ Gimbel Eye Center สถาบันดวงตาระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาด้วยวิธิ เลสิกและเป็นผู้กำหนดมาตรฐานด้าน เลสิก ในทุกสาขาของกิมเบล ทั่วโลก จัดตั้งเป็นศูนย์เลสิกและรักษาสายตา รัตนิน-กิมเบล เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการรักษาโรคตาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยปัจจุบัน ร.พ.จักษุ รัตนิน ถือหุ้น 95 % และ ด้วยบริการที่เพียบพร้อม แม้ที่ผ่านมาจะไม่มีการโฆษณาการทำตลาด แต่ ร.พ.ก็มีผู้มาใช้บริการในแต่ละปีมากกว่า 130,000 ราย จาก 80 ประเทศทั่วโลก และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 10 % ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงสำหรับโรงพยาบาลเฉพาะทาง
 
     คุณศิริธร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของ ร.พ.จักษุ รัตนิน คือการได้ถวายการผ่าตัดพระเนตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้ถวายการตรวจพระเนตรแก่ราชวงศ์ และบุคคลสำคัญทั้งของไทยและต่างชาติมาโดยตลอด โดยล่าสุดได้ถวายการตรวจพระเนตรพระชนนีเจ้าชายจิกมี แห่งราชวงศ์ภูฏาน ทั้งนี้นอกจาก ร.พ.จักษุ รัตนิน จะมีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางทางวิชาการสำหรับศึกษาดูงานจากสถาบันต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งได้มีการก่อตั้งมูลนิธิ “อุทัย รัตนิน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการสาธารณประโยชน์ และพัฒนาส่งเสริมด้านจักษุวิทยา แก่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านด้วย