กฎหมายแรงงานฉบับปี 2568 สิทธิการลาคลอด–ลาต่อเนื่อง–ลาช่วยภรรยาคลอด และวิธีที่ระบบ HR ควรรองรับ

กฎหมายแรงงานล่าสุด 2568: ลาคลอด 120 วัน ลาต่อเนื่องเลี้ยงดูบุตร ลาช่วยภรรยาคลอด ลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ

กฎหมายแรงงานฉบับปี 2568 : สิทธิการลาคลอด–ลาต่อเนื่อง–ลาช่วยภรรยาคลอด และวิธีที่ระบบ HR ควรรองรับ

 

ทำไมกฎหมายแรงงานฉบับปี 2568 จึงสำคัญต่อองค์กรไทย

ปี 2568 เป็นปีที่กฎหมายแรงงานไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่อง “สิทธิการลา” ที่เกี่ยวข้องกับการลาคลอด ลาต่อเนื่องเลี้ยงดูบุตร และสิทธิการลาของพนักงานชาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อฝ่าย HR และ Payroll

การปรับสิทธิการลาไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่กระทบถึง

  • การคำนวณเงินเดือน
  • การจ่ายค่าจ้าง
  • การจัดเก็บสถิติ
  • การตรวจสอบย้อนหลัง
  • ความถูกต้องตามกฎหมาย

องค์กรที่ยังใช้ระบบ HR แบบปรับไม่ได้ อาจต้องเสียเวลาแก้ไขข้อมูลย้อนหลังจำนวนมาก และเสี่ยงต่อความผิดพลาดด้าน Payroll

นี่คือเหตุผลที่ระบบ HR ยุคใหม่ต้อง “ยืดหยุ่น” และ “ปรับตามกฎหมายได้ทันที”

1. สิทธิลาคลอด 120 วัน (หญิง)

  • จากเดิม 90 วัน → เพิ่มเป็น 120 วัน
  • นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ไม่เกิน 60 วัน
  • ใช้กับพนักงานที่ลาคลอดหลังวันที่ 7 ธันวาคม 2568
ผลกระทบต่อ HR:
• ต้องปรับจำนวนวันลา
• ต้องปรับจำนวนวันที่จ่ายค่าจ้าง
• ต้องเชื่อมโยงกับระบบเงินเดือนใหม่

2. สิทธิลาต่อเนื่องเลี้ยงดูบุตร 15 วัน

  • ใช้เมื่อบุตรมีภาวะเสี่ยง / ป่วย / พิการ
  • ต้องมีใบรับรองแพทย์
  • จ่าย 50% ของค่าจ้าง
  • เกิน 15 วัน → หักค่าจ้างเต็มวัน
ผลกระทบต่อ HR:
• ต้องมีสูตรเงินหัก 2 แบบ (50% / 100%)
• ต้องแยกประเภทการลา
• ต้องเก็บสถิติแยกจากลาคลอด

3. สิทธิ “พ่อ” ลาช่วยภรรยาคลอดบุตร 15 วัน

  • ลาได้ 15 วัน
  • ได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน
  • ใช้สิทธิภายใน 90 วันหลังคลอด
ผลกระทบต่อ HR:
• ต้องกำหนดสิทธิสำหรับเพศชายเท่านั้น
• ต้องเชื่อมโยงกับเงินเดือน
• ต้องตั้งค่าเงื่อนไขการล่วงหน้า/ย้อนหลัง

ปัญหาที่องค์กรเจอเมื่อกฎหมายเปลี่ยน แต่ระบบ HR ปรับไม่ได้

  • ❌ ต้องแก้ข้อมูลย้อนหลัง
  • ❌ คำนวณเงินเดือนผิด
  • ❌ ระบบไม่รองรับสูตรใหม่
  • ❌ พนักงานบันทึกลาไม่ได้
  • ❌ เสี่ยงผิดกฎหมายแรงงาน

นี่คือเหตุผลที่ระบบ HR ต้อง “ยืดหยุ่น” และ “ปรับได้เอง”