หากลูกจ้างลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่

คำตอบโดยสรุป

ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หากลูกจ้างลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ยังคงทำงานกับบริษัทเดิม และบริษัทอยู่ในข่ายบังคับของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

เหตุผลคือ ข้อยกเว้นเกิดขึ้นเฉพาะช่วงที่ลูกจ้างคนนั้นเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อสมาชิกภาพสิ้นสุดลง ลูกจ้างจึงไม่มีหลักประกันดังกล่าว และต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแทน ไม่สามารถเลือกไม่เข้าทั้งสองกองทุนได้

อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ยังไม่เริ่มจัดเก็บเงินจริง โดยจะเริ่มหักเงินสะสมและนำส่งตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ต้องแยก “ลาออกจากกองทุน” กับ “ลาออกจากงาน”

สองกรณีนี้มีผลต่างกันอย่างชัดเจน

กรณี สถานะการทำงาน ผลต่อกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
ลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ยังทำงานอยู่ ยังเป็นลูกจ้าง ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หากบริษัทอยู่ในข่าย
ลาออกจากงานและออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพร้อมกัน สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง ไม่ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างของบริษัทนั้น
ออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วเข้าระบบสงเคราะห์อื่นที่กฎหมายรับรอง ยังเป็นลูกจ้าง อาจได้รับยกเว้น ต้องตรวจหลักเกณฑ์ของระบบนั้น
เปลี่ยนกองทุนหรือเปลี่ยนนโยบายลงทุน แต่ยังเป็นสมาชิก PVD ยังเป็นสมาชิก PVD ไม่ถือว่าลาออกจากกองทุน จึงยังได้รับยกเว้น

เหตุผลตามหลักกฎหมาย

มาตรา 130 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างในกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แต่ยกเว้นกิจการที่นายจ้างจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือจัดระบบสงเคราะห์กรณีออกจากงานหรือเสียชีวิตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การยกเว้นจึงต้องพิจารณาว่า ลูกจ้างแต่ละคนได้รับความคุ้มครองอยู่จริงหรือไม่

ตัวอย่าง บริษัทมีพนักงาน 200 คน

  • เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 180 คน
  • ไม่สมัครหรือออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 20 คน

ผลคือ พนักงาน 180 คนที่ยังเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอาจได้รับยกเว้น ส่วนพนักงานอีก 20 คนต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ไม่ใช่ว่าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วจะได้รับยกเว้นพนักงานทุกคน

เริ่มเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อใด

ให้พิจารณาจากวันที่สมาชิกภาพกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสิ้นสุดจริงตามข้อบังคับกองทุน ไม่จำเป็นต้องตรงกับวันที่ลูกจ้างยื่นใบลาออกเสมอไป ตัวอย่าง

  • ลูกจ้างยื่นขอลาออกจาก PVD วันที่ 5 ตุลาคม 2569
  • ข้อบังคับกำหนดให้มีผลวันที่ 31 ตุลาคม 2569
  • ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ลูกจ้างไม่มีสถานะสมาชิก PVD

โดยหลัก บริษัทควรนำลูกจ้างเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตั้งแต่วันที่พ้นสมาชิกภาพ PVD และเริ่มคำนวณจากค่าจ้างที่จ่ายภายหลังวันที่ดังกล่าว ทั้งนี้ควรยึดวันที่มีผลตามหนังสือยืนยันจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ควรใช้เพียงวันที่ลูกจ้างแจ้งความประสงค์

หากวันสิ้นสมาชิกภาพอยู่กลางงวดค่าจ้าง ควรสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องฐานค่าจ้างของงวดเปลี่ยนผ่าน เพื่อป้องกันการนำส่งขาดหรือซ้ำกัน

วิธีคำนวณและนำส่ง

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574

  • ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม 0.25% ของค่าจ้าง
  • นายจ้างจ่ายเงินสมทบ 0.25% ของค่าจ้าง
  • นายจ้างหักเงินสะสมจากค่าจ้างทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง
  • นำเงินสะสมและเงินสมทบส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

ตัวอย่าง ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง 30,000 บาท และพ้นจาก PVD แล้ว

รายการ จำนวน
เงินสะสมของลูกจ้าง 0.25% 75 บาท
เงินสมทบของนายจ้าง 0.25% 75 บาท
ยอดนำส่งรวม 150 บาท

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป อัตราตามหลักเกณฑ์ล่าสุดจะเพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.50%

เงินเดิมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทำอย่างไร

เงินที่ลูกจ้างมีอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะยังอยู่ภายใต้ข้อบังคับของ PVD และกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เช่น

  • เงินสะสมของลูกจ้าง
  • เงินสมทบของนายจ้าง
  • ผลประโยชน์จากการลงทุน
  • สัดส่วนเงินสมทบที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามอายุสมาชิก
  • วิธีรับเงินหรือคงเงินไว้ในกองทุน

เงินดังกล่าว ไม่ถูกโอนเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยอัตโนมัติ และการได้รับเงินจาก PVD ไม่ทำให้ได้รับยกเว้นจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างต่อไป เพราะข้อยกเว้นพิจารณาจากสถานะการเป็นสมาชิกในปัจจุบัน ไม่ได้พิจารณาว่าเคยเป็นสมาชิกหรือเคยได้รับเงินมาแล้วหรือไม่

หากลาออกจาก PVD ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569

ตัวอย่าง ลูกจ้างออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แต่ยังทำงานอยู่

  • ช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2569 ยังไม่ต้องหักเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพราะยังไม่ถึงวันเริ่มจัดเก็บ
  • เมื่อถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หากลูกจ้างยังไม่ได้กลับเข้า PVD และไม่มีสวัสดิการอื่นที่ได้รับยกเว้น ต้องนำลูกจ้างเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
  • เริ่มหักและสมทบตั้งแต่งวดค่าจ้างที่อยู่ในหลักเกณฑ์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

หากกลับเข้า PVD ภายหลัง

ถ้าลูกจ้างอยู่ในกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างช่วงหนึ่ง แล้วภายหลังสมัครกลับเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายจ้างต้องตรวจสอบวันที่สมาชิกภาพ PVD เริ่มมีผล และแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้ถูกต้อง

ไม่ควรหักทั้งสองกองทุนโดยอัตโนมัติในช่วงเดียวกัน หาก PVD นั้นเข้าเงื่อนไขยกเว้น แต่เงินที่สะสมไว้ในกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างก่อนเปลี่ยนไป PVD ไม่ควรจ่ายคืนหรือโอนเอง เพราะการจ่ายเงินต้องเป็นไปตามเหตุและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

กรณีที่อาจไม่ต้องเข้า

ลูกจ้างที่ออกจาก PVD อาจไม่ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หาก

  • ลาออกจากงานพร้อมกันและความสัมพันธ์การจ้างสิ้นสุดแล้ว
  • บริษัทมีลูกจ้างต่ำกว่าเกณฑ์และไม่อยู่ในสถานะที่ต้องนำส่งต่อ
  • นายจ้างจัดระบบสงเคราะห์กรณีออกจากงานหรือเสียชีวิตที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย และครอบคลุมลูกจ้างรายนั้น
  • กิจการหรือลูกจ้างอยู่ในประเภทที่กฎหมายยกเว้น
  • ลูกจ้างเปลี่ยนไปเป็นสมาชิก PVD อีกกองหนึ่งโดยสมาชิกภาพต่อเนื่อง ไม่มีช่วงที่ขาดความคุ้มครอง

แนวทางดำเนินการสำหรับฝ่าย HR

  1. ตรวจข้อบังคับ PVD ว่าลูกจ้างสามารถลาออกจากกองทุนขณะยังทำงานได้หรือไม่
  2. ขอหนังสือยืนยันวันที่สมาชิกภาพ PVD สิ้นสุด
  3. ตรวจว่าบริษัทอยู่ในข่ายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่
  4. ตรวจว่าลูกจ้างมีระบบสงเคราะห์อื่นที่ได้รับยกเว้นหรือไม่
  5. แจ้งเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อลูกจ้างตามแบบและช่องทางที่กรมกำหนด
  6. ตั้งวันที่เริ่มหักในระบบเงินเดือนให้ตรงกับวันที่มีผล
  7. หักเงินสะสมและคำนวณเงินสมทบจากฐานค่าจ้าง
  8. แสดงรายการหักในสลิปเงินเดือนอย่างชัดเจน
  9. นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  10. เก็บใบลาออกจาก PVD หนังสือยืนยันวันสิ้นสมาชิกภาพและหลักฐานการนำส่งไว้ตรวจสอบ

สรุป: หากลูกจ้างเพียงลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ยังทำงานกับนายจ้างเดิม ลูกจ้างต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตั้งแต่พ้นสมาชิกภาพ PVD หากบริษัทอยู่ในข่ายบังคับ เพราะไม่สามารถไม่มีหลักประกันทั้งสองระบบได้ ส่วนเงินเดิมใน PVD ให้จัดการตามข้อบังคับของกองทุนเดิม และไม่โอนเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยอัตโนมัติครับ

แนะนำสำหรับฝ่าย HR

หากคุณใช้ระบบเงินเดือน Bplus HRM สามารถตั้งค่าการหักเงินได้ทุกกรณี

พร้อมรองรับแบบฟอร์สกล.3 และ สกล.3/1ได้อย่างครบถ้วน

ช่วยให้การจัดการเอกสารและการนำส่งเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

หรือสนใจชมสาธิตการใช้งานเพื่อรับสิทธิทดลองใช้

ติดต่อหาเราได้ที่

 
สนใจโปรแกรมเงินเดือนติดต่อ 092-345-3681 สนใจโปรแกรมเงินเดือนติดต่อ 092-345-3681 สนใจโปรแกรมเงินเดือนติดต่อ 092-345-3681